"... If they give you ruled paper, write the other way."
(Juan Ramón Jiménez)

Upcoming : รุไบยาต (โอมาร์ คัยยาม)

Latest News

Tuesday, May 15, 2012

นิราศนรินทร์

 ผู้ประพันธ์ : นายนรินทรธิเบศร์
 ขอบพระคุณ : http://www.reurnthai.com/wiki/โคลงนิราศนรินทร์

๏ ศรีสิทธิ์พิศาลภพ เลอหล้าลบล่มสวรรค์ จรรโลงโลกกว่ากว้าง แผนแผ่นผ้างเมืองเมรุ ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้า แจกแสงจ้าเจิดจันทร์ เพียงรพิพรรณผ่องด้าว ขุนหาญห้าวแหนบาท สระทุกข์ราษฎร์รอนเสี้ยน ส่ายเศิกเหลี้ยนล่งหล้า ราญราบหน้าเภริน เข็ญข่าวยินยอบตัว ควบค้อมหัวไหว้ละล้าว ทุกไทน้าวมาลย์น้อม ขอออกอ้อมมาอ่อน ผ่อนแผ่นดินให้ผาย ขยายแผ่นฟ้าให้แผ้ว เลี้ยงทแกล้วให้กล้า พระยศไท้เทิดฟ้า เฟื่องฟุ้งทศธรรม ท่านแฮ ฯ

      

      

๏ อยุธยายศล่มแล้ว

ลอยสวรรค์ ลงฤๅ
สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร-

เจิดหล้า
บุญเพรงพระหากสรรค์

ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ
บังอบายเบิกฟ้า

ฝึกฟื้นใจเมือง ฯ


๏ เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น

พันแสง
รินรสพระธรรมแสดง

ค่ำเช้า
เจดีย์ระดะแซง

เสียดยอด
ยลยิ่งแสงแก้วเก้า

แก่นหล้าหลากสวรรค์ ฯ


๏ โบสถ์ระเบียงมรฑปพื้น

ไพหาร
ธรรมาสน์ศาลาลาน

พระแผ้ว
หอไตรระฆังขาน

ภายค่ำ
ไขประทีปโคมแก้ว

ก่ำฟ้าเฟือนจันทร์ ฯ


๏ เสร็จสารพระยศซ้อง

สรรเสริญ
ไป่แจ่มใจจำเริญ

ร่ำอ้าง
ตราตรอมตระโมจเหิน

วนสวาท
อกวะหวิวหวั่นร้าง

รีบร้อนการณรงค์ ฯ





๏ แถลงปางบำราศห้อง

โหยครวญ
เสนาะเสน่ห์กำสรวล

สั่งแก้ว
โอบองค์ผอูนอวล

ออกโอษฐ์ อรเอย
ยามหนึ่งฤๅแคล้วแคล้ว

คลาดคล้ายขวบปี ฯ


๏ รอยบุญเราร่วมพ้อง

พบกัน
บาปแบ่งสองทำทัน

เท่าสร้าง
เพรงพรากสัตว์จำผัน

พลัดคู่ เขาฤๅ
บุญร่วมบาปจำร้าง

นุชร้างเรียมไกล ฯ


๏ จำใจจากแม่เปลื้อง

ปลิดอก อรเอย
เยียวว่าแดเดียวยก

แยกได้
สองซีกแล่งทรวงตก

แตกภาค ออกแม่
ภาคพี่ไปหนึ่งไว้

แนบเนื้อนวลถนอม ฯ


๏ โอ้ศรีเสาวลักษณ์ล้ำ

แลโลม โลกเอย
แม้ว่ามีกิ่งโพยม

ยื่นหล้า
แขวนขวัญนุชชูโฉม

แมกเมฆ ไว้แม่
กีดบ่มีกิ่งฟ้า

ฝากน้องนางเดียว ฯ
๑๐


๏ โฉมควรจักฝากฟ้า

ฤๅดิน ดีฤๅ
เกรงเทพไท้ธรณินทร์

ลอบกล้ำ
ฝากลมเลื่อนโฉมบิน

บนเล่า นะแม่
ลมจะชายชักช้ำ

ชอกเนื้อเรียมสงวน ฯ
๑๑


๏ ฝากอุมาสมรแม่แล้

ลักษมี เล่านา
ทราบสวยมภูวจักรี

เกลือกใกล้
เรียมคิดจบจนตรี-

โลกล่วง แล้วแม่
โฉมฝากใจแม่ได้

ยิ่งด้วยใครครอง ฯ
๑๒


๏ บรรจถรณ์หมอนม่านมุ้ง

เตียงสมร
เตียงช่วยเตือนนุชนอน

แท่นน้อง
ฉุกโฉมแม่จักจร

จากม่าน มาแฮ
ม่านอย่าเบิกบังห้อง

หับให้คอยหน ฯ
๑๓


๏ สงสารเป็นห่วงให้

แหนขวัญ แม่ฮา
ขวัญแม่สมบูรณ์จันทร์

แจ่มหน้า
เกศีนี่นิลพรร-

โณภาส
งามเงื่อนหางยูงฟ้า

ฝากเจ้าจงดี ฯ
๑๔


๏ เรียมจากจักเนิ่นน้อง

จงเนา นะแม่
ศรีสวัสดิ์เทอญเยาว์

อย่าอ้อน
อำนาจสัตย์สองเรา

คืนร่วม กันแม่
การณรงค์ราชการร้อน

เร่งแล้วเรียมลา ฯ
๑๕


๏ ลงเรือเรือเคลื่อนคว้าง

ขวัญลิ่ว แลแม่
ทรุดนั่งถอนใจปลิว

อกว้า
เหลียวหลังพี่หวาดหวิว

ใจวาก
แลสั่งสบหน้าหน้า

แม่หน้าเอ็นดู ฯ
๑๖


๏ ออกจากคลองขุดข้าม

ครรไล
เรือวิ่งอกว้าใจ

หวาดขว้ำ
เด็ดแดดั่งเด็ดใย

บัวแบ่ง มาแม่
จากแต่อกใจปล้ำ

เปลี่ยนไว้ในนาง ฯ
๑๗


๏ บรรลุอาวาสแจ้ง

เจ็บกาม
แจ้งจากจงอาราม

พระรู้
เวรานุเวรตาม

ตัดสวาท แลฤๅ
วานวัดแจ้งใจชู้

จากช้าสงวนโฉม ฯ
๑๘


๏ มาคลองบางกอกกลุ้ม

กลางใจ
ฤๅบ่กอกหนองใน

อกช้ำ
แสนโรคเท่าไรไร

กอกรั่ว ราแม่
เจ็บรักแรมรสกล้ำ

กอกร้อยฤๅคลาย ฯ
๑๙


๏ ชาวแพแผ่แง่ค้า

ขายของ
แพรพัสตราตาดทอง

เทศย้อม
ระลึกสีสไบกรอง

เครือมาศ แม่เฮย
ซัดสอดสองสีห้อม

ห่อหุ้มบัวบัง ฯ
๒๐


๏ วัดหงส์เหมราชร้าง

รังถวาย นามแฮ
เรียมนิราเรือนสาย

สวาทสร้อย
หงส์ทรงสี่พักตร์ผาย

พรหมโลก แลฤๅ
จะสั่งสารนุชคล้อย

คลาดท้าวไป่ทัน ฯ
๒๑


๏ สังข์กระจายพี่จากเจ้า

จอมอนงค์
สังข์พระสี่กรทรง

จักรแก้ว
สรวมทิพย์สุธาสรง

สายสวาท พี่เอย
สังข์สระสมรจงแผ้ว

ผ่อนถ้าเรียมถึง ฯ
๒๒


๏ จากมามาลิ่วล้ำ

ลำบาง
บางยี่เรือราพลาง

พี่พร้อง
เรือแผงช่วยพานาง

เมียงม่าน มานา
บางบ่รับคำคล้อง

คล่าวน้ำตาคลอ ฯ



๒๓


๏ มาด่านด่านบ่ร้อง

เรียกพัก พลเลย
ตาหลิ่งตาเหลวปัก

ปิดไว้
ตาเรียมหลั่งชลตัก

ตวงย่าน
ไฟด่านดับแดไหม้

มอดม้วยฤๅมี ฯ
๒๔


๏ นางนองชลน่านไล้

ลบบาง
ไหลเล่ห์ชลลบปราง

แม่คล้ำ
แสนโศกสั่งสารปาง

จากพี่ ปลอบแม่
นาสิกเรียมซับน้ำ

เนตรหน้านางนอง ฯ
๒๕


๏ บางขุนเทียนถิ่นบ้าน

นามมี
เทียนว่าเทียนแสงสี

สว่างเหย้า
เย็นยามพระสุริยลี

ลาโลก ลงแม่
เทียนแม่จุดจักเข้า

สู่ห้องหาใคร ฯ
๒๖


๏ ปานนี้มาโนชญ์น้อย

นงพาล พี่เอย
เก็บเกศฤากรองมาลย์

มาศห้อย
ปรุงจันทน์จอกทองธาร

ประทิน ทาฤๅ
นอนนั่งถามแถลงถ้อย

ทุกข์พร้องความใคร ฯ
๒๗


๏ คิดไปใจป่วนปิ้ม

จักคืน
ใจหนึ่งเกรงราชขืน

ข่มคร้าม
ใจหนึ่งป่วนปานปืน

ปัดปวด ทรวงนา
ใจเจ็บฝืนใจห้าม

ห่อนเจ้าเห็นใจ ฯ
๒๘


๏ มิตรใจเรียมจอดเจ้า

จักคิด ถึงฤๅ
จากแม่เจ็บเสมอจิต

พี่บ้าง
ฤๅลืมมลายปลิด

แปลนสวาท
จำพี่โหยไห้ช้าง

ค่ำเช้าชำงาย ฯ
๒๙


๏ ไปศึกสุดมุ่งม้วย

หมายเป็น ตายเลย
ศูนย์ชีพไหนนุชเห็น

หากลี้
อรเอยลับหลังเอ็น

ดูนัก นะแม่
โอ้โอะไกลกันกี้

เมื่อไซ้จักสม ฯ
๓๐


๏ เรือมามาแกล่ใกล้

บางบอน
ถนัดหนึ่งบอนเสียดซอน

ซ่านไส้
จากมาพี่คายสมร

เสมอชีพ เรียมเอย
แรมรสกามาไหม้

ตากต้องทรวงคาย ฯ
๓๑


๏ บางกกกลกล่อมแก้ว

กับแด
กรตระกองนุชแปร

ปรับเนื้อ
ลานโลมวิไลแถง

ชระมุ่น อกเอย
จำนิรารสเกื้อ

กกแก้วกับทรวง ฯ
๓๒


๏ หัวกระบือกบินทรราชร้า

รณรงค์ แลฤๅ
ตัดกบาลกระบือดง

เด็ดหวิ้น
สืบเศียรทรพีคง

คำเล่า แลแม่
เสมอพี่เด็ดสมรดิ้น

ขาดด้วยคมเวร ฯ
๓๓


๏ โคกขามดอนโคกคล้าย

สัณฐาน
ขามรุ่นริมธารสนาน

สนุกนี้
พูนเพียงโคกฟ้าลาน

แลโลก ลิ่วแม่
ถนัดหนึ่งโคกขามชี้

เล่ห์ให้เรียมเห็น ฯ
๓๔


๏ มาคลองโคกเต่าตั้ง

ใจฉงาย
ตัวเต่าฤๅมีหมาย

โคกอ้าง
เจ็บอกพี่อวนอาย

ออกปาก ได้ฤๅ
คืนคิดโคกขวัญร้าง

อยู่เร้นแรมเกษม ฯ
๓๕


๏ มหาชัยชัยฤกษ์น้อง

นาฏลง โรงฤๅ
รับร่วมพุทธมนต์สงฆ์

เสกซ้อม
เสียดเศียรแม่ทัดมง-

คลคู่ เรียมเอย
ชเยศชุมญาติห้อม

มอบให้สองสม ฯ
๓๖


๏ ท่าจีนจีนจอดถ้า

คอยถาม ใดฤๅ
จีนช่วยจำใจความ

ข่าวร้อน
เยียวมิ่งแม่มาตาม

เตือนเร่ง ราแม่
จงนุชรีบเรียมข้อน

เคร่าถ้า จีนคอย ฯ
๓๗


๏ บ้านบ่อน้ำบกแห้ง

ไป่เห็น
บ่อเนตรคงขังเป็น

เลือดไล้
อ้าโฉมแม่แบบเบญ-

จลักษณ์ เรียมเอย
มาซับอัสสุชลให้

พี่แล้วจักลา ฯ
๓๘


๏ นาขวางใครแขวะรุ้ง

เป็นทาง
ปองบ่อไป่ปองนาง

ป่วยไซร้
นามขวางไขว่หนามขวาง

ในอก อีกแม่
ใครบ่งฤๅเบาได้

เท่าน้องนางถอน ฯ
๓๙


๏ สามสิบสองคดคุ้ง

เวียนวง
คิดว่าคืนหลังหลง

ทุกเลี้ยว
บังเฉนียนไฉนบง

พักตร์แม่ เห็นฤๅ
แลตะลึงลืมเคี้ยว

ขบค้างคำสลา ฯ
๔๐


๏ มาคลองย่านซื่อซ้ำ

พิศวง
ซื่อตลอดย่านเดียวตรง

รวดริ้ว
ใจคิดคู่ครองคง

รักแม่ นะแม่
ไป่ตลอดเลยพลิ้ว

พลัดน้องมาไกล ฯ
๔๑


๏ เห็นจากจากแจกก้าน

แกมระกำ
ถนัดระกำกรรมจำ

จากช้า
บาปใดที่โททำ

แทนเท่า ราแม่
จากแต่คาบนี้หน้า

พี่น้องคงถนอม ฯ
๔๒


๏ เรียมจากฤๅจับข้าว

เต็มคำ หนึ่งเลย
รินซึ่งชลจานจำ

เนื่องแค้น
หยิบกับกระยากำ

คิดแม่ คอยแม่
เหียนฤหายหอบแหน้น

อกค้างคายคืน ฯ
๔๓


๏ ปรานีนุชอยู่เหย้า

เยียบเย็น
เย็นแม่เยี่ยมจักเห็น

แต่ห้อง
ครวญหาพี่ใครเป็น

สองปลอบ แม่เลย
สไบพี่เปลี่ยนจักป้อง

ปิดหน้านางโหย ฯ
๔๔


๏ แลไถงถงาดเลี้ยว

ลับแสง
สอดซึ่งตาเรียมแสวง

ทั่วพื้น
จวบจันทร์แจ่มโลกแปลง

มาเปลี่ยน
หวนว่ามุขแม่ฟื้น

เยี่ยมฟ้าหาเรียม ฯ
๔๕


๏ ชมแขคิดใช่หน้า

นวลนาง
เดือนดำหนิวงกลาง

ต่ายแต้ม
พิมพ์พักตร์แม่เพ็ญปราง

จักเปรียบ ใดเลย
ขำกว่าแขไขแย้ม

ยิ่งยิ้มอัปสร ฯ
๔๖


๏ วิเวกดุเหว่าก้อง

ดงดึก แล้วแฮ
กระส่าวเสียงนกนึก

นุชพร้อง
พลิกปลอบเปล่าใจทึก

ถามแม่ ไหนแม่
ปลุกพี่ฤๅเรียมร้อง

เรียกเจ้าไป่ขาน ฯ
๔๗


๏ โอ้ดวงดาเรศด้อย

เดือนดับ
ดับดั่งดวงอัจกลับ

พู่พร้อย
ชวาลาจะลาลับ

นุชพี่ แพงเอย
หลับฤตื่นตรอมละห้อย

อยู่ห้องหนหลัง ฯ
๔๘


๏ เรือมารุ่งบ่รู้

คืนวัน
ตื่นแต่ตาใจฝัน

คลับคล้าย
แปดยามย่ำแดยัน

แทนทุ่ม โมงแม่
นอนนั่งลุกยืนย้าย

ยิ่งร้อนเรียมวี ฯ
๔๙


๏ แม่กลองกลองบ่ได้

ยินดัง
รัวแต่กรประนัง

หนึ่งค้อน
ทรวงพี่แผ่เพียงหนัง

ขึงขอบ กลองเอย
กลองบ่ข้อนเรียมข้อน

อกแค้นคะนึงโฉม ฯ
๕๐


๏ ออกจากปากน้ำน่าน

นองพราย
อรรณพพิศาลสาย

ควั่งคว้าง
จากนางยิ่งตนตาย

ทีหนึ่ง นะแม่
เทียรจักทอดตัวขว้าง

ชีพไว้กลางวน ฯ
๕๑


๏ สรวลเสียงพระสมุทรครื้น

ครวญคะนอง
คลื่นก็คลี่คลายฟอง

เฟื่องฟื้น
ดาลทรวงป่วงกามกอง

กลอยสมุทร แม่ฮา
ออกโอษฐ์ออกโอยสะอื้น

อ่าวอื้ออลเวง ฯ
๕๒


๏ เรียมวอนเทวะแม่แม้น

เมขลา
แบวิเชียรเชิญรา

เร่งเจ้า
นางสมุทรเรียกมามา

เทอญแม่ มาแม่
ทันที่เรือเรียมเต้า

คลื่นเต้นตากทรวง ฯ
๕๓


๏ บ้านเหลมเรือพี่เลี้ยว

คลองจร
ระลึกคมเหลมศร

เนตรน้อง
เสียวทรวงพี่โอยอร

อกแตก ตายแม่
สุดสอดสายเนตรร้อง

แม่ตั้งตาคอย ฯ
๕๔


๏ เห็นตะบูนรอยบั่นต้น

ตัดรอน
ยังแต่ตอตะบูนทอน

กิ่งกลิ้ง
เจียนใจพี่ขาดจร

จากสวาท มาแม่
ทอนท่อนไมตรีทิ้ง

ทอดไว้วังเวง ฯ
๕๕


๏ ดูใดไป่เท่าด้วย

ดวงพักตร์ แม่เลย
โฉมแม่ชื่นใจจัก

หล่อหล้ม
มาเดียวพี่ดักดัก

ใจจอด แม่แม่
เรือนแล่นผายผันก้ม

พักตร์ไห้หาศรี ฯ
๕๖


๏ ถับถึงคุ้งคดอ้อย

โอชหวาน วายแม่
อ้อยแม่เจียนผจงจาน

จอกแก้ว
ขอเคียงซ่อมสอดพาน

รองร่วม เจ้าฤๅ
รสยิ่งอำมฤตแล้ว

ระลึกลิ้นหวานเอง ฯ
๕๗


๏ พิศพานจานแจ่มเจ้า

เบญจรงค์ รัตน์เอย
โหยบ่เห็นอนงค์

นั่งน้อม
นพนิตแน่งนางผจง

จัดมอบ มาฤๅ
จากรักจากรสพร้อม

ไพร่ใช้ชายเคียง ฯ
๕๘


๏ อยู่เรือนจักเพื่อนพร้อง

ความใคร
รสรักแรมกะได

ดอกดั้ว
เรียมหมองแม่พาใจ

คลายเทวษ
หมองสมรนุชเรียมกลั้ว

กล่อมเจ้าเอาใจ ฯ
๕๙


๏ บำราศรสหื่นห้า

แหหาย
โหยคระหนรนกาย

ก่ำไหม้
รัวรัวราคราวพาย

เรือเร่ง แรงแม่
ทันถี่ทุกเล่มไหล้

หล่อเต้นตามเผยอ ฯ
๖๐


๏ ถึงเพชรบุเรศเข้า

ขุนพล
กรีทัพยกโดยสถล

มารคเต้า
ธงทองทัดลมบน

โบกเรียก พลแม่
เรียมเรียกรสรักเร้า

เร่งน้องในทรวง ฯ
๖๑


๏ ออกทัพเอาฤกษ์เร้า

ปืนไฟ
ปืนประกายกุมไก

จี่จิ้ม
เพลิงราคพลุ่งกลางใจ

เจียวเจ็บ อกเอย
ทรวงพี่บรรทุกปิ้ม

ปวดด้วยปืนกาม ฯ
๖๒


๏ ทุกตรอกเรียมตรวจหน้า

ขาดนาง เดียวแม่
จบจรหลาดแลทาง

ทั่วด้าว
จวบหญิงจ่ายของกลาง

ถนนเกลื่อน
เทียมธุลีทาสท้าว

อรข้างเดียวเดิน ฯ
๖๓


๏ ถึงชรอ่ำชรอุ่มห้อง

เวหา หนเอย
คิดอรแมกเมฆมา

กลัดไว้
ฤๅเขาชรอ่ำอา-

ดูรเทวษ
เป็นชรอุ่มฟ้าไข้

ข่าวน้องนางตรอม ฯ
๖๔


๏ สุริยาวิโยคฟ้า

ฝนเชย
บุปผชาติรำเพยเผย

กลิ่นใกล้
เผยอหอมเลื่อนสมรเหย

หาพี่ ฤๅแม่
ถามพฤกษ์พรางเพราะไม้

ปากลิ้นไป่มี ฯ
๖๕


๏ ทัพใต้ทัพตั้งป่า

เป็นเรือน
จากนุชมานอนเดือน

ต่างไต้
ตรอมตายแต่จักเยือน

กันยาก แลแม่
เรือนฤเห็นเห็นไม้

ป่าไม้เป็นเรือน ฯ
๖๖


๏ ราตรีตรวจค่ายฆ้อง

ขามขาม ใจเอย
เกราะกระพือเพลิงยาม

รุ่งเร้า
กระเวนกระวนกาม

กวนอก พี่นา
รันระดมแดเข้า

คู่ฆ้องกระแตตี ฯ
๖๗


๏ เคยนิทรอรนุ่มเนื้อ

แนบเรียม
เดาะกระไดไดเลียม

ลอดเคล้น
นาสาสูบรสเทียม

ปรางมาศ
สองสนุกล้วนเหล้น

เล่ห์นั้นฤๅลืม ฯ
๖๘


๏ เคยโอษฐ์แอบโอษฐ์อ้อน

เอาใจ
คำอ่อนวอนอาลัย

ล่อเคล้า
นับเดือนเลื่อนปีไป

ไกลมิ่ง นะแม่
เยียวอยู่หนหลังเศร้า

สวาทแล้วใครโลม ฯ
๖๙


๏ ออกทัพถะถั่นเข้า

ไพรเขียว
ละแม่เดียวมาเดียว

ด่วนร้าง
สายตาต่อเต็มเกลียว

มากล่อม ไกลแม่
เวระใดเราสร้าง

ซัดให้ทันเห็น ฯ
๗๐


๏ ห้วยขมิ้นคิดขะมิ่นเจ้า

เคยผจง
กวดสกนธ์สีสรง

โสรจน้อง
เรียมจากจักโศกทรง

เสาวภาคย์ เผือดฤๅ
ขมิ้นจะวายวันต้อง

แต่งเนื้อนางสนาน ฯ
๗๑


๏ อ่าผิวการะเกดเกลี้ยง

เกลานวล แน่งเอย
เรียมกะไดเชยชวน

ชิดเคล้า
อ้าอรกลิ่นเกศหวน

หอมหื่น กูเฮย
คิดภิรมย์รสเกล้า

กลิ่นกลั้วไกลฉม ฯ
๗๒


๏ ยามามาท่าข้าม

แขวงปราณ
ปราณประหลาดลมฆาน

พี่ข้อง
แลว่านุชทรมาน

หมองสิ่ง ใดแม่
ทุกข์โรคหรือจักร้อง

ร่ำไห้หาเรียม ฯ
๗๓


๏ ถึงสามร้อยยอดเงื้อม

งำทะเล
ทะเลจะหลากลมเห

หาดขว้ำ
สามร้อยคิรีเท

ทับอก เล่าฤๅ
ใจจะปล้ำสุดปล้ำ

เสน่ห์น้องหนักทรวง ฯ
๗๔


๏ โคแดงนามท่งด้าว

โคดง ใดฤๅ
โคอาสน์อิศวรองค์

อยู่เกล้า
พระมาดอาจจักปลง

ปลิดเทวษ ราพ่อ
สองจากพระเป็นเจ้า

ช่วยให้คืนสม ฯ
๗๕


๏ แลระบัดลาดท่งท้อง

ทิวพฤกษ์
มลักเห็นหมู่มฤค

ครุ่นคร้าม
หวังหาคู่แนบนึก

นุชนาฏ เรียมเอย
คิดเมื่อมาสมรห้าม

พี่ห้ามหวงโฉม ฯ
๗๖


๏ นางทรายจามเรศรู้

รักขน
คือนุชสงวนงามตน

แต่น้อย
ตายองตอบตายล

ยวนเนตร นางเอย
โฉมแม่บาดตาย้อย

อยู่พู้นฉันใด ฯ
๗๗


๏ ขุนพาฬพยัคฆ์เคล้า

พยัคฆี
สารสู่สาวคชลี

แหล่งเหล้น
ปวงสัตว์เพรียกไพรศรี

สังวาส
สังเวชสมรมาเว้น

พี่เว้นวายชม ฯ
๗๘


๏ เนื้อเบื้อนาเนกล้ำ

หลายพรรณ
ล่าแหล่งลืมเกลียงวัน

แวะเว้น
ไพรพฤกษ์เงียบเซียบศัลย์

โศกแม่
แสนสัตว์ซบเซาเร้น

ช่วยร้อนเรียมตรอม ฯ
๗๙


๏ ลมลงโลมลาดไม้

กฤษณา
โบกบอกนาสาหา

กลิ่นต้อง
รอยอรร่ำพัสตรา

ตากตรอก ลมฤๅ
พากลิ่นกลอยมาข้อง

ค่าไม้หอมเหมือน ฯ
๘๐


๏ หวนหอมการะเกดเกลี้ยง

เกล้าผม เจ้าฤๅ
อินทนิลคือแข่งคม

เนตรแต้ม
นมนางอับอายนม

นุชนาฏ พี่เอย
ปรางเปล่งเปรียบกึ่งแก้ม

อ่อนช้ำคราวชม ฯ
๘๑


๏ จัมปาจำเปรียบเนื้อ

นางสวรรค์ กูเอย
ศรีสุมาลัยพรรณ

พิศแพ้
ช้องนางคลี่ระส่ายสรร

สลายเซ่น
คือนุชสนานกายแก้

เกศแก้วกันไร ฯ
๘๒


๏ สาวหยุดหยุดย่างช้า

หวังชัก ชวนแม่
รักใช่รักแรมรัก

สุดรู้
นางแย้มจะยลพักตร์

ฤๅพบ พานเลย
ซ่อนกลิ่นกลอยซ่อนชู้

ชื่อช้ำใจถวิล ฯ
๘๓


๏ ขานางพิศภาคแพ้

พิมพ์เพลา นุชนา
กลกล่อมสองปลีเยาว์

ยาตรเยื้อง
เล็บนางเล็บนุชเบา

บอกคึ่ง พี่ฤๅ
หลงปัดเล็บนางเปลื้อง

ปลาบเนื้อเรียมขนาง ฯ
๘๔


๏ พะยอมคิดเยาวแม่แย้ม

ยินดี
สีเสียดคือทรวงสี

เสียดซ้อน
ชิงชันเฉกในที

เชิงเกี่ยว กายแม่
หว้าดังวอนนางค้อน

เคียดแกล้งเป็นกล ฯ
๘๕


๏ นกแก้วจับกิ่งแก้ว

กอดคอน
กลพี่กอดแก้วนอน

แนบเนื้อ
นางกวักนกกวักจร

จับกวัก ไกวแม่
หลงว่ากรนุชเกื้อ

กวักให้เรียมตาม ฯ
๘๖


๏ นางนวลจับแมกไม้

นางนวล
นวลนุชแนบเรียมควร

คู่แคล้ว
เบญจวรรณจับวัลย์พวน

พันโอบ ไม้แม่
แลว่าวัลย์กรแก้ว

กอดอ้อมเอววัลย์ ฯ
๘๗


๏ โนรีสีชาดย้อม

ระยับแดง
นกขะมิ่นชมพูแสง

แสดผ้า
ปนแปลกนึกนางแปลง

สไบเปลี่ยน
เย็นห่มแสดสีฟ้า

ฝ่ายเช้าเคยชม ฯ
๘๘


๏ แขกเต้าตามคู่เต้า

แขกสมร มาฤๅ
ถามข่าวนุชแหนงจร

จับไม้
สัตวาสุวาวอน

วานหน่อย นกเอย
บอกสมรเรียมไห้ให้

ข่าวน้องมาแถลง ฯ
๘๙


๏ เสนาะเสียงสุโนกร้อง

ระงมวัน
สาลิกามาปัน

เหยื่อป้อน
นางนกกระสรวลสันต์

สมเสพ
คือนุชแนบโอษฐ์อ้อน

แอบให้เรียมโลม ฯ
๙๐


๏ เรียมเมิลโมเรศเคล้า

โมรี
นางมยุรยวนยี

ยั่วเย้า
เฉกโฉมแม่มังสี

เสาวภาคย์ กูเอย
แล นก ลอบนึกเจ้า

พี่ดิ้นโดยยูง ฯ
๙๑


๏ ยกมาออกอ่าวน้ำ

นามนาง รมนา
นางบ่เห็นเห็นบาง

เปล่าเศร้า
ฉมนางชไมปราง

สมรมิ่ง กูเอย
ดินหื่นหอมฟ้าเร้า

รื่นร้างอภิรมย์ ฯ
๙๒


๏ นางรมรมเยศร้าง

รมยา
กลพี่จากเจียนกา

เมศม้วย
ฤๅหากแม่มายา

พิโยคหยอก เรียมฤๅ
มาแม่สำราญด้วย

พี่น้อยนางรม ฯ
๙๓


๏ บางสะพานสะพาดพื้น

สะพานทอง
ฤๅสะพานสุวรรณรอง

รับเจ้า
อ้าโฉมแม่มาฉลอง

พิมพ์มาศ นี้ฤๅ
รอยร่นเหนือบ่าเบ้า

แบบเนื้อนพคุณ ฯ
๙๔


๏ บางสะพานสะพาดพื้น

ทองปาง ก่อนแฮ
รอยชะแลงชระลุราง

ร่อนกลุ้ม
ระลึกโฉมแม่แบบบาง

บัวมาศ กูเอย
ควรแผ่แผ่นท้องหุ้ม

ห่อไว้หวังสงวน ฯ
๙๕


๏ เห็นขามสาวบ่าวต้น

เคียงกัน
สาวบ่าวปลูกสำคัญ

คู่สร้าง
เสมอเรียมร่วมรักขวัญ

เมืองมิ่ง แม่ฤๅ
สองประสิทธิ์สัตย์อ้าง

ปลูกไว้กลางใจ ฯ
๙๖


๏ ยกมามาอกไหม้

ทรมาน
ถึงที่นามละหาน

อู่แห้ง
นุชเอยจักหาธาร

ทาอก พี่แม่
อู่ก็แล้งชลแล้ง

อกแล้งลืมงาย ฯ
๙๗


๏ หมอนเจ้าเขาเทพไท้

สถิตสิง
คิดคู่เขนยอรอิง

ร่วมร้าง
เขนยทองทอดกายพิง

พูนเทวษ ฤๅแม่
นอนจะแนบเขนยข้าง

คู่เนื้อเรียมถนอม ฯ
๙๘


๏ ลองไนจักจั่นแจ้ว

ใจรัว รัวแม่
ชะนีร่ำโหยหาผัว

ผ่าวไส้
ดวงเดียวเด็ดแต่ตัว

ตกป่า ชัฏแม่
จากสมรพี่มาไห้

แห่งห้องชะนีโหย ฯ
๙๙


๏ รอยกรรมมาแบ่งแก้ว

กับสกนธ์ กูเอย
ขวัญอยู่อยุธยาตน

ต่างร้าง
โอ้ดวงทิพยสุมณ-

ฑามาศ แม่เอย
บุญที่สมสองสร้าง

จักสิ้นฤๅยัง ฯ
๑๐๐


๏ ควิวควิวอกควากคว้าง

ลมลอย แลแม่
ถอยแต่ใจจากถอย

ทับช้า
ทศทิศทอดตาคอย

ขวัญเนตร พี่เอย
เอาสไบนุชต่างหน้า

แนบเนื้อแทนนาง ฯ
๑๐๑


๏ พระลบสุริยเลี้ยว

ไศลลา โลกเอย
ทุกทิศชระมัวมา

มืดแล้ว
เนตรหนึ่งว่ายนภา

เพียงเมฆ
เนตรหนึ่งตรวจไตรแผ้ว

แผ่นหล้าหาสมร ฯ
๑๐๒


๏ โพธิ์สลับโพธิ์เทพไท้

เทพา พ่อฤๅ
เอาพระโฆษผยองยา

สวาทชู้
อาราธน์พระเอยอา

รักษ์เร่ง ราพ่อ
เชิญช่วยพาสมรู้

รสน้องแรมนาน ฯ
๑๐๓


๏ ลับยักษ์ลับเยาวให้

เรียมหา แม่แฮ
ฤๅอสุรพาลพา

แวะเว้น
ลับหลังพี่ลับตา

แสนโยชน์
รำลึกลับนุชเร้น

ร่วมรู้ในใจ ฯ
๑๐๔


๏ ยากมาเมืองแม่น้ำ

ใจหมอง
เมืองก็ศูนย์กลสอง

สวาทว้าง
ขวัญเมืองอยู่เมืองครอง

ใจเครา พี่ฤๅ
ฤๅพี่จากมาค้าง

ขวบแล้วนางลืม ฯ
๑๐๕


๏ อู่สะเภาพาณิชใช้

ใบคลา
ทุกข์พี่พ้นเภตรา

เลื่อนโล้
จากสมรแม่เสมอมา

กลางสมุทร
แลบ่เห็นตระหลิ่งโอ้

อกคว้างกลางชล ฯ
๑๐๖


๏ หนองบัวบงกชช้อย

ชูชวน ชื่นเอย
บัวดั่งบัวนุชอวล

อ่อนน้ำ
กระบอกทิพย์ผกากวน

กาเมศ กูเอย
ภุมเรศแรมรสกล้ำ

กลีบฟ้ายาไฉน ฯ
๑๐๗


๏ ศิขรศิขเรศเงื้อม

เงางาม
แลเล่ห์ฉากเขียนเขา

คั่นห้อง
พ่างเพียงแผ่นผาเฉลา

ฉลักลวด ลายแฮ
กลหนึ่งเตียงนอนน้อง

ม่านกั้นกำบัง ฯ
๑๐๘


๏ ผาเผยพุพ่างน้ำ

ฝอยฝน
คือสุหร่ายโรยชล

ช่วยร้อน
สาครร่วมสรงสกนธ์

ไกลพี่ แล้วแม่
อ้าแม่เอยจักอ้อน

อาบน้ำตาแทน ฯ
๑๐๙


๏ เคยปรุงประทิ่นแป้ง

ปนละออง อบเอย
สรงสว่างใจสอง

ครุ่นครั้ง
จอกจันทร์จากจรุงหมอง

ราแม่
พานใส่เสาวคนธ์ตั้ง

แต่งให้ใครทา ฯ
๑๑๐


๏ คันฉายคันฉ่องน้อย

เสนียดนาง พี่เอย
จากจะลืมเสยสาง

สระเผ้า
โศกเสียสิ่งสำอาง

อายโอ่ ฤๅแม่
พักตร์จะผัดผจงเกล้า

เยี่ยมแย้มแกลคอย ฯ
๑๑๑


๏ หลัดหลัดพลัดพรากแก้ว

กานดา พี่เอย
ลิ่วแต่ตัวเรียมมา

ตกไร้
ขวัญแขวนอยู่ขวัญตา

ทุกเมื่อ
เรียมร่ำไข้ฟ้าไข้

แผ่นพร้องรำพัน ฯ
๑๑๒


๏ ลงลุแก่งตุ่มตั้ง

โศกา
แสนตุ่มตวงชลนา

พี่พ้น
กลืนโศกสุดอกอา-

ดูรเทวษ วายเลย
ซับแต่สายเนตรล้น

ลูบร้อนฤๅเย็น ฯ
๑๑๓


๏ คุลาตีอกไห้

หาใคร
นามจึ่งปรากฏใน

แก่งนี้
เจ็บจากพี่เจ็บใจ

เจ็บยิ่ง เจ็บฤๅ
เจ็บบ่ปานกูลี้

ลาดข้อนทรวงครวญ ฯ
๑๑๔


๏ สงสัยด้วยแก่งแก้ว

สงสาร
จากสิ่งใดใดราญ

ร่นร้อง
แก่งเกิดวิการดาล

ดุจอก พี่ฤๅ
เรียมก็โศกาก้อง

แก่งแก้วกันแสง ฯ
๑๑๕


๏ เดินทางพลางพี่ไห้

โหยหวน
ถึงแก่งนามนางครวญ

ครุ่นนั้น
อ้าแม่จักกำสรวล

เสมอแก่ง นี้ฤๅ
ฤๅว่าโศกสมรกลั้น

เทวษถ้าเรียมถึง ฯ
๑๑๖


๏ ถับถึงปากร่วมน้ำ

คะนึงนาง
ถามข่าวไปปากพราง

พี่พร้อง
อรมาท่าหลงทาง

ฉงนอยู่
ปากร่วมวานปากร้อง

เรียกเจ้ามาจร ฯ
๑๑๗


๏ เมืองเพชรเขาเพชรแพร้ว

พรายฉาย
เฉกนุชนาดกรกราย

นพเก้า
แสงเพชรพิศอับอาย

แหวนนุช พี่เอย
ยอดและยอดรุ่งเร้า

รอบก้อยกรสมร ฯ
๑๑๘


๏ ถึงตระนาวตระหน่ำซ้ำ

สงสาร อรเอย
จรศึกโศกมานาน

เนิ่นช้า
เดินดงท่งทางละหาน

หิมเวศ
สารสั่งทุกหย่อมหญ้า

ย่านน้ำลานาง ฯ
๑๑๙


๏ แสนศึกแสนศาสตร์ซ้อง

แสนพัน มาแม่
สุดแต่เวทยากัน

ชีพไว้
ศึกทรวงพี่สุดผจัญ

ใจซู่ โศกแม่
จักยุธยาใจได้

ชีพด้วยนางเดียว ฯ
๑๒๐


๏ รอยโฉมนุชเปลี่ยนปั้น

เป็นทรวงพี่ฤๅ
ฤๅแม่เป็นมณีดวง

เนตรด้วย
จับจิตพี่จึงตวง

เต็มเทวษ รักแม่
ดับชีพเกิดใหม่ม้วย

แผ่นหล้าฤาลืม ฯ
๑๒๑


๏ บวงเทพทุกเถื่อนถ้ำ

มณฑล ทวีปเอย
ยกแต่สองหัตถ์ตน

ต่างเบี้ย
ขอคนร่วมวิมล

มาโนชญ์ เรียมนา
แสดงสดับโสตเหงี้ย

เงียบสิ้นสุดสวรรค์ ฯ
๑๒๒


๏ พันเนตรภูวนาถตั้ง

ตาระวัง ใดฮา
พักตร์สี่แปดโสตฟัง

อื่นอื้อ
กฤษณนิทรเลอหลัง

นาคหลับ ฤๅพ่อ
สองพิโยคร่ำรื้อ

เทพท้าวทำเมิน ฯ
๑๒๓


๏ นิทานนิเทศท้าว

องค์ใด ก็ดี
ทุเรศแรมสมรไท

ท่านร้าง
แสนเทวษเท่าไรไป

ปานอก พี่เอย
ปวงประสบคู่ค้าง

แต่ข้านานคืน ฯ
๑๒๔


๏ กำสรวลศรีปราชญ์พร้อง

เพรงกาล
จากจุฬาลักษณ์ลาญ

สวาทแล้ว
ทวาทศมาสสาร

สามเทวษ ถวิลแฮ
ยกทัดกลางเกศแก้ว

กึ่งร้อนทรวงเรียม ฯ
๑๒๕


๏ ชายาเยาวยอดชู้

โฉมสวรรค์ พี่เอย
รอยว่าอินทร์พรหมสรรค์

เสกแสร้ง
เลือกลักษณ์ละอันปัน

เป็นรูป นุชฤๅ
มอบมิ่งสมรมาแกล้ง

พี่กลั้นใจตาย ฯ
๑๒๖


๏ คิดคลึงสาโรชสร้อย

เสาวมาลย์ แม่นา
ภุชเคนทรสำราญ

แหล่งเหล้น
สระสวรรค์นิราสนาน

ไฉนนาฏ เรียมเอย
สรงเกษมสระสมรเฟ้น

ฝั่งฟ้าฝันถึง ฯ
๑๒๗


๏ เปรมปรางปรุงธูปฟ้า

อรอวล ใจเอย
จูบฤจางหอมหวน

ละห้อย
โฉมทิพย์สุคนธ์ควร

จากพี่ เจียวแม่
ถนอมนิเบามือน้อย

จิตเจ้าจากไฉน ฯ
๑๒๘


๏ งอนถันทิพย์ยอดย้อน

ยันทรวง พี่แม่
กอดนักเยียวอบพวง

พุ่มลื้น
ถนอมแอบอุ่นคือดวง

ตราติด พี่ฤๅ
จากอกออกราชื้น

ชุ่มช้ำเป็นหนอง ฯ
๑๒๙


๏ แว่วแว่วเสาวณิตน้อง

นางทรง เสียงฤๅ
สรวลกระซิกโสตพะวง

ว่าเจ้า
คล้ายคล้ายดำเนินหงส์

หาพี่ ฤๅแม่
อ้าใช่อรเรียมเศร้า

ซบหน้ากันแสง ฯ
๑๓๐


๏ พวงจาวเจิดแจ่มแก้ว

จักรพรรดิ พี่เอย
สมเสมอสมรรัตน์

แท่งแท้
จำเริญจำเราสวัสดิ์

สังวาส
เล็งเลียบดินฟ้าแพ้

ภพนี้ฤๅหา ฯ
๑๓๑


๏ สาวสวรรค์เสพสวัสดิ์ถ้วน

เทวินทร์
พรหมภักษ์ทิพย์ปัถพิน

งอกง้วน
จักรพรรดิร่วมนารินทร์

รัตนนาฏ
สามเสพทิพย์ลาญล้วน

เล่ห์น้องเรียมเกษม ฯ
๑๓๒


๏ จากเจ็บยิ่งโรคเร้า

รึงสกนธ์
แสบเสียดขุมขนจน

อกด้าน
ยาทาประทับทน-

ทานเทวษ ได้ฤๅ
แรงรับเหลือแรงต้าน

พี่แพ้แรงโรย ฯ
๑๓๓


๏ ฤดูระด่าวร้อน

แดนไตร
ลามผ่าวพฤกษ์พรากใบ

หล่นแล้ง
ทรวงพี่ผ่าวเผาไฉน

นะนาฏ เรียมเอย
ยังยิ่งทินกรแจ้ง

จวบสิ้นศูนย์กัลป์ ฯ
๑๓๔


๏ นทีสี่สมุทรม้วย

หมดสาย
ติมิงคล์มังกรนาคผาย

ผาดส้อน
หยาดเหมพิรุณหาย

เหือดโลก แล้งแม่
แรมราคแสนร้อยร้อน

ฤเถ้าเรียมทน ฯ
๑๓๕


๏ ฤดูเดือนเมฆย้อย

หยาดเผลียง
โซมสาดธรณิศเพียง

เพียบน้ำ
ชระมัวทั่วทิศเอียง

อากาศ
อกแผ่นดินฟ้าคล้ำ

คู่คลุ้มทรวงศัลย์ ฯ
๑๓๖


๏ อุทโฆษรามสูรขว้าง

ขวานฉวาง
พรายมณีเมขล์นาง

ล่อไหล้
อัมพรอุทรคราง

เรียมคร่ำ ครวญแม่
เสียงสุดเสียงฟ้าไห้

ครุ่นแค้นครางตาย ฯ
๑๓๗


๏ ฤดูลมชระล่องเนื้อ

หนาวใด เปรียบเลย
อกพี่เยือกเย็นไกล

กอดเกี้ยว
พันผืนพัสตราไป

ปานกึ่ง กรแม่
อุ่นอัคคีเสื้อเสี้ยว

ซีกนิ้วนางผงม ฯ
๑๓๘


๏ ลมพัดคือพิษต้อง

ตากทรวง
หนาวอกรุมในดวง

จิตช้ำ
โฉมแม่พิมลพวง

มาเลศ กูเอย
มือแม่วีเดียวล้ำ

ยิ่งล้ำลมพาน ฯ
๑๓๙


๏ เอียงอกเทออกอ้าง

อวดองค์ อรเอย
เมรุชุบสมุทรดินลง

เลขแต้ม
อากาศจักจานผจง

จารึก พอฤๅ
โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม

อยู่ร้อนฤๅเห็น ฯ
๑๔๐


๏ ตราบขุนคิริข้น

ขาดสลาย แลแม่
รักบ่หายตราบหาย

หกฟ้า
สุริยจันทรขจาย

จากโลก ไปฤๅ
ไฟแล่นล้างสี่หล้า

ห่อนล้างอาลัย ฯ
๑๔๑


๏ ร่ำรักร่ำเรื่องร้าง

แรมนวล นาฏฤๅ
เสนาะสนั่นดินครวญ

ครุ่นฟ้า
สารสั่งพี่กำสรวล

แสนเสน่ห์ นุชเอย
ควรแม่ไว้ต่างหน้า

พี่พู้นภายหลัง ฯ
๑๔๒


๏ นรินทร์นเรศไท้

บริบาล
นิพนธ์พจน์พิสดารญาณ

ยศไว้
กวีวรโวหาร

นายหนุ่ม
ควรแก่ปราชญ์ใดได้

อ่านแล้วเยียรยอ ฯ
๑๔๓


๏ ใดใดโอษฐ์โอ่อ้าง

ตนดี
เอาปากเป็นกวี

ขล่อยคล้อย
หากหาญแต่วาที

เฉลยกล่าว ไฉนนา
ดุจหนึ่งแสงหิ่งห้อย

ส่องก้นตนเอง ฯ
๑๔๔


๏ โคลงเรื่องนิราศนี้

นรินทร์อิน
รองบาทบวรวังถวิล

ว่าไว้
บทใดปราชญ์ปวงฉิน

เชิญเปลี่ยน แปลงพ่อ
ปรุงเปรียบเสาวคนธ์ไล้

เลือกลิ้มดมดู ฯ








no image
  • Blogger Comments
  • Facebook Comments

0 comments:

Post a Comment

Top