Friday 4, Apr 2025

Latest News

    Thursday, August 13, 2009
    Unknown

    โคลงโลกนิติ ฉบับศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (ฉบับเต็ม ๔๓๕ บท ของ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร)



    โคลงโลกนิติ ฉบับศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
    ราชวรมหาวิหาร บทนำ – บทที่ ๑๐๐


    กวี : สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร (จารึกวัดโพธิ์)
    ประเภท : โคลงสุภาษิต
    คำประพันธ์ : โคลงสี่สุภาพ
    ความยาว : ๔๐๘ บท (สมุดไทย), ๔๓๕ บท (จารึกวัดโพธิ์ฯ),
    ๙๑๑ บท (ฉบับหอสมุดแห่งชาติ), ๙๐๒ บท (ฉบับกรมวิชาการ),
    สมัย : รัตนโกสินทร์
    ปีที่แต่ง : พ.ศ. ๒๓๗๔
    ชื่ออื่น : ประชุมโคลงโลกนิติ


    หมายเหตุ:
    = สำนวนเก่า (สมุดไทย)
    เลข = ลำดับบท
    ^ = เป็นสำนวนเก่าแต่เดิม
    = สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร (ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนฯ)
    เลข = ลำดับบท
    ( ) = ซ้ำกับ , คล้ายกับ , ต่อเนื่องกับ, ดูเพิ่มที่
    = กรมวิชาการ (ประชุมโคลงโลกนิติ)
    เลข = ลำดับกำกับชุด
    = โคลงนำ , โคลงส่งท้าย
    - = ไม่มีบทนี้ในสำนวนนั้น มีแต่ในสำนวนอื่น
    * = ต้องการการตรวจทานเพิ่มเติม


    ก * : ด ๑ : ว ๐
    ๏ อัญขยมบรมนเรศเรื้อง รามวงศ์
    พระผ่านแผ่นไผททรง สืบไท้
    แสวงยิ่งสิ่งสดับองค์ โอวาท
    หวังประชาชนให้ อ่านแจ้งคำโคลง ฯ


    ก * : ด ๒ : ว ๐
    ๏ ครรโลงโลกนิตินี้ นมนาน
    มีแต่โบราณกาล เก่าพร้อง
    เป็นสุภสิตสาร สอนจิต
    กลดั่งสร้อยสอดคล้อง เวี่ยไว้ในกรรณ ฯ


    ก * : ด - : ว ๐
    ๏ ทศนัขนอบน้อมมิ่ง อุตมางค์
    ไตรรัตน์จัดเบญจางค์ แจ่มพร้อม
    จักพร้องโลกนิติปาง สดับแต่ เดิมพ่อ
    อรรถอื่นอ้างเลศล้อม ต่างต้องคัมภีร์ ฯ


    ก * : ด - : ว ๐
    ๏ ถวายกรกรรพุ่มเพี้ยง บวรมาลย์มิ่งแฮ
    ไตรรัตน์เรียบไตรทวาร เวียดเกล้า
    โลกนิติสืบสาร ของเก่า
    เตือนจิตสาธุชนเช้า ค่ำค้ำชูใจ ฯ


    ก * : ด - : ว ๐
    ๏ โลกนิติในโลกล้วน แก่นสาร
    คือบิดามารดาอาจารย์ เจี่ยวแล้
    เชาเจ้าจ่อมใจบาณ ทิตร่ำ เรียนแฮ
    เบิกศิลปปรีชาแท้ เลิศแล้วเมธี ฯ


    ก * : ด ๓ (๔) : ว *
    ๏ ปลาร้าพันห่อด้วย ใบคา
    ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุ้ง
    คือคนหมู่ไปหา คบเพื่อน พาลนา
    ได้แต่ร้ายร้ายฟุ้ง เฟื่องให้เสียพงศ์ ฯ


    ก * : ด ๔ (๓) : ว *
    ๏ ใบพ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา
    หอมระรวยรสพา เพริศด้วย
    คือคนเสพเสน่หา นักปราชญ์
    ความสุขซาบฤาม้วย ดุจไม้กลิ่นหอม ฯ


    ก * : ด ๕ (๖) : ว *
    ๏ ผลเดื่อเมื่อสุกไซร้ มีพรรณ
    ภายนอกแดงดูฉัน ชาดบ้าย
    ภายในย่อมแมลงวัน หนอนบ่อน
    ดุจดังคนใจร้าย นอกนั้นดูงาม ฯ


    ก * : ด ๖ (๗) : ว *
    ๏ ขนุนสุกสล้างแห่ง สาขา
    ภายนอกเห็นหนามหนา หนั่นแท้
    ภายในย่อมรสา เอมโอช
    สาธุชนนั้นแล้ เลิศด้วยดวงใจ ฯ


    ก * : ด ๗ (๘) : ว *
    ๏ ยางขาวขนเรียบร้อย ดูดี
    ภายนอกหมดใสสี เปรียบฝ้าย
    กินสัตว์เสพปลามี ชีวิต
    เฉกเช่นชนชาติร้าย นอกนั้นนวลงาม ฯ


    ก * : ด ๘ (๗) : ว *
    ๏ รูปแร้งดูร่างร้าย รุงรัง
    ภายนอกเพียงพึงชัง ชั่วช้า
    เสพสัตว์ที่มรณัง นฤโทษ
    ดังจิตสาธุชนกล้า กลั่นสร้างทางผล ฯ


    ก * : ด ๙ (๑๐) : ว *
    ๏ คนพาลผู้บาปแท้ ทุรจิต
    ไปสู่หาบัณทิต ค่ำเช้า
    ฟังธรรมอยู่เนืองนิตย์ บ่ทราบ ใจนา
    คือจวักตักเข้า ห่อนรู้รสแกง ฯ


    ก * : ด ๑๐ (๙) : ว *
    ๏ ผู้ใดใจฉลาดล้ำ ปัญญา
    ได้สดับปราชญ์เจรจา อาจรู้
    ยินคำบัดเดี๋ยวมา ซับซาบ ใจนา
    คือมลิ้นคนผู้ ทราบรู้รสแกง ฯ


    ก * : ด ๑๑ (๑๒) : ว *
    ๏ หมูเห็นสีหราชท้า ชวนรบ
    กูสี่ตีนกูพบ ท่านไซร้
    อย่ากลัวท่านอย่าหลบ หลีกจาก กูนา
    ท่านสี่ตีนอย่าได้ วากเว้วางหนี ฯ


    ก * : ด ๑๒ (๑๑) : ว *
    ๏ สีหราชร้องว่าโอ้ พาลหมู
    ทรชาติครั้นเห็นกู เกลียดใกล้
    ฤๅมึงใคร่รบดนู มึงนาศ เองนา
    กูเกลียดมึงกูให้ พ่ายแพ้ภัยตัว ฯ


    ก * : ด ๑๓ : ว *
    ๏ กบเกิดในสระใต้ บัวบาน
    ฤาห่อนรู้รสมาลย์ หนึ่งน้อย
    ภุมราอยู่ไกลสถาน นับโยชน์ ก็ดี
    บินโบกมาค้อยค้อย เกลือกเคล้าเสาวคนธ์ ฯ


    ก * : ด ๑๔ : ว *
    ๏ ใจชนใจชั่วช้า โฉงเฉง
    ใจจักสอนใจเอง ไป่ได้
    ใจปราชญ์ดัดตามเพลง พลันง่าย
    ดุจช่างปืนดัดไม้ แต่งให้ปืนตรง ฯ


    ก * : ด ๑๕ : ว *
    ๏ ไม้ค้อมมีลูกน้อม นวยงาม
    คือสัปปุรุษสอนตาม ง่ายแท้
    ไม้ผุดั่งคนทราม สอนยาก
    ดัดก็หักแหลกแล้ ห่อนรื้อโดยตาม ฯ


    ก * : ด ๑๖ : ว *
    ๏ เป็นคนควรรอบรู้ สมาคม
    สองประการนิยม กล่าวไว้
    หนึ่งพาลหนึ่งอุดม นักปราชญ์
    สองสิ่งนี้จงให้ เลือกรู้สมาคม ฯ


    ก * : ด ๑๗ : ว *
    ๏ คนใดไปเสพด้วย คนพาล
    จักทุกข์ทนเนานาน เนิ่นแท้
    ใครเสพท่วยทรงญาณ เปรมปราชญ์
    เสวยสุขล้ำเลิศแท้ เพราะได้สดับดี ฯ


    ก * : ด ๑๘ : ว *
    ๏ ได้เห็นนักปราชญ์ไซร้ เป็นสุข
    อยู่ร่วมเรือนหายทุกข์ ค่ำเช้า
    ผู้พาลสั่งสอนปลุก ใจดั่ง พาลนา
    ยลเยี่ยงนกแขกเต้า ตกต้องมือโจร ฯ


    ก * : ด ๑๙ : ว *
    ๏ จงนับสัปบุรุษรู้ บุญกรรม์
    จะละหลีกพาลอัน ชั่วร้าย
    จงสร้างสืบบุญธรรม์ ทุกเมื่อ
    จงนึกนิตย์ชีพคล้าย ดุจด้วยฟองชล ฯ


    ก * : ด ๒๐ : ว *
    ๏ คบกากาโหดให้ เสียพงศ์
    พาตระกูลเหมหงส์ แหลกด้วย
    คบคนชั่วจักปลง ความชอบ เสียนา
    ตราบลูกหลานเหลนม้วย ไม่ม้วยนินทา ฯ


    ก * : ด ๒๑ : ว *
    ๏ มดแดงแมลงป่องไว้ พิษหาง
    งูจะเข็บพิษวาง แห่งเขี้ยว
    ทรชนทั่วสรรพางค์ พิษอยู่
    เพราะประพฤติมันเกี้ยว เกี่ยงร้ายแกมดี ฯ


    ก * : ด ๒๒ : ว *
    ๏ นาคีมีพิษเพี้ยง สุริโย
    เลื้อยบ่ทำเดโช แช่มช้า
    พิษน้อยหยิ่งโยโส แมลงป่อง
    ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี ฯ


    ก * : ด ๒๓ : ว *
    ๏ ความรู้ผู้ปราชญ์นั้น นักเรียน
    ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ผ่ายหน้า
    คนเกียจเกลียดหน่ายเวียน วนจิต
    กลอุทกในตระกร้า เปี่ยมล้นฤามี ฯ


    ก * : ด ๒๔ : ว *
    ๏ กละออมเพ็ญเพียบน้ำ ฤาติง
    โอ่งอ่างพร่องชลชิง เฟื่องหม้อ
    ผู้ปราชญ์ห่อนสุงสิง เยียใหญ่
    คนโฉดรู้น้อยก้อ พลอดนั้นประมาณ ฯ


    ก * : ด ๒๕ : ว *
    ๏ งาสารฤๅห่อนเหี้ยน หดคืน
    คำกล่าวสาธุชนยืน อย่างนั้น
    ทุรชนกล่าวคำฝืน คำเล่า
    หัวเต่ายาวแล้วสั้น เล่ห์ลิ้นทรชน ฯ


    ก * : ด ๒๖ : ว *
    ๏ ทรชนอย่าเคียดแค้น อย่าสนิท
    อย่าห่างศัตรูชิด อย่าใกล้
    คือไฟถ่านแรงฤทธิ์ ถือถลาก มือนา
    แม้นดับแล้วบ่ไหม้ หม่นต้องมือดำ ฯ


    ก * : ด ๒๗ : ว *
    ๏ มิตรพาลอย่าคบให้ สนิทนัก
    พาลใช่มิตรอย่ามัก กล่าวใกล้
    ครั้นคราวเคียดคุมชัก เอาโทษ ใส่นา
    รู้เหตุสิ่งใดไซร้ ส่อสิ้นกลางสนาม ฯ


    ก * : ด ๒๘ : ว *
    ๏ หมาใดตัวร้ายขบ บาทา
    อย่าขบตอบต่อหมา อย่าขึ้ง
    ทรชนชาติช่วงทา- รุณโทษ
    อย่าโกรธอย่าหน้าบึ้ง ตอบถ้อยถือความ ฯ


    ก * : ด ๒๙ : ว *
    ๏ ลูกสะเดาน้ำผึ้งซาบ โทรมปน
    แล้วปลุกปองรสคนธ์ แอบอ้อย
    ตราบเท่าออกดอกผล พวงดก
    ขมแห่งสะเดาน้อย หนึ่งรู้โรยรา ฯ


    ก * : ด ๓๐ : ว *
    ๏ พริกเผ็ดใครให้เผ็ด ฉันใด
    หนามย่อมแหลมเองใคร เซี่ยมได้
    จันทน์กฤษณาไฉน ใครอบ หอมฤๅ
    วงศ์แห่งนักปราชญ์ได้ เพราะด้วยฉลาดเอง ฯ


    ก * : ด ๓๑ : ว *
    ๏ จันทน์แห้งกลิ่นห่อนได้ ดรธาน
    อ้อยหีบชานยังหวาน โอชอ้อย
    ช้างเข้าศึกเสี่ยมสาร ยกย่าง งามนา
    บัณทิตแม้นทุกข์ร้อย เท่ารื้อลืมธรรม ฯ


    ก * : ด ๓๒ : ว *
    ๏ ฝูงหงส์หลงเข้าสู่ ฝูงกา
    สีหราชเคียงโคนา คลาดเคล้า
    ม้าต้นระคนลา เลวชาติ
    นักปราชญ์พาลพาเต้า สี่นี้ไฉนงาม ฯ


    ก * : ด ๓๓ : ว *
    ๏ แมลงวันแสวงเสพด้วย ลามก
    พาลชาติเสาะสิ่งรก เรื่องร้าย
    ภุมราเห็จเหินหก หาบุษ- บานา
    นักปราชญ์ฤๅห่อนหม้าย หมั่นสู้แสวงธรรม ฯ


    ก * : ด ๓๔ : ว *
    ๏ เนื้อปองน้ำหญ้าบ่ ปองทอง
    ลิงบ่ปองรัตน์ปอง ลูกไม้
    หมูปองอสุจิของ- หอมห่อน ปองนา
    คนเคลิบเคลิ้มบ้าใบ้ ห่อนรู้ปองธรรม ฯ


    ก * : ด ๓๕ : ว *
    ๏ กายเกิดพยาธิโรคร้าย ยาหาย
    แต่พยศยาไป่วาย ตราบม้วย
    ชาติเสือห่อนหายลาย ลบผ่อง
    กล้วยก็กล้วยคงกล้วย กลับกล้ายฤๅมี ฯ


    ก * : ด ๓๖ : ว *
    ๏ ขุนเขาสูงร้อยโยชน์ คณนา
    ขุนปราบด้วยโยธา ราบได้
    จักล้างพยศสา หัสยาก
    ยศศักดิ์ให้เท่าให้ พยศนั้นฤาหาย ฯ


    ก * : ด ๓๗ : ว *
    ๏ คบคนผู้โฉดเคลิ้ม อับผล
    หญิงเคียดอย่าระคน ร่วมห้อง
    อย่าคบหมู่ทรชน สอนยาก
    บัณทิตแม้ตกต้อง โทษสู้สมาคม ฯ


    ก * : ด ๓๘ : ว *
    ๏ ภูเขาอเนกล้ำ หากมี
    บมิหนักแผ่นธรณี หน่อยไซร้
    หนักนักแต่กระลี ลวงโลก
    อันจักทรงทานได้ แด่พื้นนรกานต์ ฯ


    ก * : ด ๓๙ : ว *
    ๏ ภูเขาทั้งแท่งล้วน ศิลา
    ลมพยุพัดพา บ่ขึ้น
    สรรเสริญแลนินทา คนกล่าว
    ใจปราชญ์ฤาเฟื่องพื้น ห่อนได้จินต์จล ฯ


    ก * : ด ๔๐ : ว *
    ๏ ห้ามเพลิงไว้อย่าให้ มีควัน
    ห้ามสุริยแสงจันทร์ ส่องไซร้
    ห้ามอายุให้หัน คืนเล่า
    ห้ามดังนี้ไว้ได้ จึ่งห้ามนินทา ฯ


    ก * : ด ๔๑ (๔๒,๔๓,๔๔) : ว *
    ๏ ภูเขาเหลือแหล่ล้วน ศิลา
    หามณีจินดา ยากได้
    ฝูงชนเกิดนานา ในโลก
    หานักปราชญ์นั้นไซร้ เลือกแล้วฤามี ฯ


    ก * : ด ๔๒ (๔๑,๔๒,๔๓) : ว *
    ๏ ป่าหลวงหลายโยชน์พร้อม พฤกษา
    หาแก่นจันทน์กฤษณา ยากไซร้
    ฝูงคนเกิดมีมา เหลือแหล่
    หาปราชญ์ฤาจักได้ ยากแท้ควรสงวน ฯ


    ก * : ด ๔๓ (๔๑,๔๒,๔๔) : ว *
    ๏ มัจฉามีทั่วท้อง ชโลธร
    หาเงือกงูมังกร ยากได้
    ทั่วด้าวพระนคร คนมาก มีนา
    จักเสาะสัปปุรุษไซร้ ยากแท้จักมี ฯ


    ก * : ด ๔๔ (๔๑,๔๒,๔๓) : ว *
    ๏: ด ารามีมากร้อย ถึงพัน
    บ่เปรียบกับดวงจันทร์ หนึ่งได้
    คนพาลมากอนันต์ ในโลก
    จะเทียบเท่าปราชญ์ไซร้ ยากแท้ฤาถึง ฯ


    ก * : ด ๔๕ (๔๖,๔๗) : ว *
    ๏ เหมหงส์เลี้ยงชีพด้วย สาคร
    ช้างพึ่งพนาดร ป่าไม้
    ภุมราบุษบากร ครองร่าง ตนนา
    นักปราชญ์เลี้ยงตัวได้ เพื่อด้วยปัญญา ฯ


    ก * : ด ๔๖ (๔๕,๔๗) : ว *
    ๏ นกแร้งบินได้เพื่อ เวหา
    หมู่จระเข้เต่าปลา พึ่งน้ำ
    เข็ญใจพึ่งราชา จอมราช
    ลูกอ่อนอ้อนกลืนกล้ำ เพื่อน้ำนมแรง ฯ


    ก * : ด ๔๗ (๔๕,๔๖) : ว *
    ๏ ป่าพึ่งพาลพยัคฆ์ร้าย ราวี
    เสือพึ่งไพรพงพี เถื่อนถ้ำ
    ความชั่วพึ่งความดี เท็จพึ่ง จริงนา
    เรือพึ่งแรงน้ำน้ำ หากรู้คุณเรือ ฯ


    ก * : ด ๔๘ : ว *
    ๏ ตีนงูงูไซร้หาก เห็นกัน
    นมไก่ไก่สำคัญ ไก่รู้
    หมู่โจรต่อโจรหัน เห็นเล่ห์ กันนา
    เชิงปราชญ์ฉลาดกล่าวผู้ ปราชญ์รู้เชิงกัน ฯ


    ก * : ด ๔๙ (๕๐,๕๑,๕๒,๕๓) : ว *
    ๏ มีอายุร้อยหนึ่ง นานนัก
    ศีลชื่อปัญจางค์จัก ไป่รู้
    ขวบเดียวเด็กรู้รัก- ษานิจ ศีลนา
    พระตรัสสรรเสริญผู้ เด็กนั้นเกิดศรี ฯ


    ก * : ด ๕๐ (๔๙,๕๑,๕๒,๕๓) : ว *
    ๏ คนใดยืนอยู่ร้อย พรรษา
    ใจบ่มีปรีชา โหดไร้
    วันเดียวเด็กเกิดมา ใจปราชญ์
    สรรเพชญ์บัณฑูรไว้ เด็กนั้นควรยอ ฯ


    ก * : ด ๕๑ (๔๙,๕๐,๕๒,๕๓) : ว *
    ๏ คนใดยืนเหยียบร้อย ขวบปี
    ความอุตส่าหฤามี เท่าก้อย
    เด็กเกิดขวบหนึ่งดี เพียรพาก
    พระตรัสว่าเด็กน้อย นี่เนื้อเวไนย ฯ


    ก * : ด ๕๒ (๔๙,๕๐,๕๑,๕๓) : ว *
    ๏ อายุถึงร้อยขวบ เจียรกาล
    ธัมโมชอันโอฬาร บ่รู้
    เด็กน้อยเกิดประมาณ วันหนึ่ง
    เห็นถ่องธรรมยิ่งผู้ แก่ร้อยพรรษา ฯ


    ก * : ด ๕๓ (๔๙,๕๐,๕๑,๕๒) : ว *
    ๏ มีอายุอยู่ร้อย ปีปลาย
    ความเกิดแลความตาย ไป่รู้
    วันเดียวเด็กหญิงชาย เห็นเกิด ตายนา
    ลูกอ่อนนั้นยิ่งผู้ แก่ร้อยปีปลาย ฯ


    ก * : ด ๕๔ : ว *
    ๏ ธิรางค์รู้ธรรมแม้ มากหลาย
    บ่กล่าวให้หญิงชาย ทั่วรู้
    ดุจหญิงสกลกาย งามเลิศ
    อยู่ร่วมเรือนผัวผู้ โหดแท้ขันที ฯ


    ก * : ด ๕๕ : ว *
    ๏ เว้นวิจารณ์ว่างเว้น สดับฟัง
    เว้นที่ถามอันยัง ไป่รู้
    เว้นเล่าลิขิตสัง- เกตว่าง เว้นนา
    เว้นดั่งกล่าวว่าผู้ ปราชญ์ได้ฤามี ฯ


    ก * : ด ๕๖ : ว *
    ๏ รู้ธรรมเทียมเท่าผู้ ทรงไตร
    เจนจัดอรรถภายใน ลึกล้น
    กล่าวแก้สิ่งสงสัย เลอะเลื่อน
    รสพระธรรมอั้นอ้น ว่ารู้ใครชม ฯ


    ก * : ด ๕๗ : ว *
    ๏ รู้น้อยว่ามากรู้ เริงใจ
    กลกบเกิดอยู่ใน สระจ้อย
    ไป่เห็นชเลไกล กลางสมุทร
    ชมว่าน้ำบ่อน้อย มากล้ำลึกเหลือ ฯ


    ก * : ด ๕๘ : ว *
    ๏ รูปชั่วมักแต่งแกล้ง เกลาทรง
    ใจขลาดมักอาจอง อวดสู้
    น้ำพร่องกะละออมคง กระฉอก ฉานนา
    เฉาโฉดโอษฐ์อวดรู้ ว่ารู้ใครเทียม ฯ


    ก * : ด ๕๙ : ว *
    ๏ จระเข้คับน่านน้ำ ไฉนหา ภักษ์เฮย
    รถใหญ่กว่ารัถยา ยากแท้
    เสือใหญ่กว่าวนา ไฉนอยู่ ได้แฮ
    เรือเขื่องคับชเลแล้ แล่นโล้ไปไฉน ฯ


    ก * : ด ๖๐ (๔๓๕) : ว *
    ๏ มณฑกทำเทียบท้าว ราชสีห์
    แมวว่ากูพยัคฆี แกว่นกล้า
    นกจอกว่าฤทธี กูยิ่ง ครุฑนา
    คนประดากขุกมีข้า ยิ่งนั้นแสนทวี ฯ


    ก * : ด ๖๑ : ว *
    ๏ หิ่งห้อยส่องก้นสู้ พระจันทร์
    ปัดเทียบเทียมรัตนอัน เอี่ยมข้า
    ทองเหลืองหลู่สุวรรณ ธรรมชาติ
    พาลว่าตนเองอ้า อาจล้ำเลยกวี ฯ


    ก * : ด ๖๒ : ว *
    ๏ เสือผอมกวางวิ่งเข้า โจมขวิด
    ไป่ว่าเสือมีฤทธิ์ เลิศล้ำ
    เล็บเสือดั่งคมกฤช เสือซ่อน ไว้นา
    ครั้นปะปามล้มคว่ำ จึ่งรู้จักเสือ ฯ


    ก * : ด ๖๓ : ว *
    ๏ ทองเหลืองเปลื้องร้ายห่อน เห็นมี
    ขัดเท่าขัดราคี เล่าไซร้
    นพคุณหมดใสสี เสร็จโทษ
    ถึงบ่แต่งตั้งไว้ แจ่มแจ้งไพบูลย์ ฯ


    ก * : ด ๖๔ : ว *
    ๏ พระสมุทรไหวหวาดห้วย คลองสรวล
    เมรุพลวกปลวกสำรวล ร่าเร้า
    สีหราชร่ำคร่ำครวญ สุนัขเยาะ หยันนา
    สุริยส่องยามเย็นเข้า หิ่งห้อยยินดี ฯ


    ก * : ด ๖๕ : ว *
    ๏ แมวล่าหนูแซ่ซี้ จรจรัล
    หมาล่าวิฬาร์ผัน สู่หล้าง
    ครูล่าศิษย์และธรรม์ คบเพื่อน พาลนา
    เสือล่าป่าแรมร้าง หมดไม้ไพรสณฑ์ ฯ


    ก * : ด ๖๖ : ว *
    ๏ จามรีขนข้องอยู่ หยุดปลด
    ชีพบ่รักรักยศ ยิ่งไซร้
    สัตว์โลกซึ่งสมมติ มีชาติ
    ดูเยี่ยงสัตว์นั้นได้ ยศซ้องสรรเสริญ ฯ


    ก * : ด ๖๗ : ว *
    ๏ นพคุณใส่เบ้าสูบ แสนที
    ค้อนเหล็กรุมรันตี ห่อนม้วย
    บ่เจ็บเท่าธุลี สักหยาด
    เจ็บแต่ท่านชั่งด้วย กล่ำน้อยหัวดำ ฯ


    ก * : ด ๖๘ : ว *
    ๏ เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์
    เสียศักดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้
    เสียรู้เร่งดำรง ความสัตย์ ไว้นา
    เสียสัตย์อย่าเสียสู้ ชีพม้วยมรณา ฯ


    ก * : ด ๖๙ : ว *
    ๏ ตัดจันทน์ฟันม่วงไม้ จัมบก
    แปลงปลูกหนามรามรก รอบเรื้อ
    ฆ่าหงส์มยุรนก กระเหว่า เสียนา
    เลี้ยงหมู่กากินเนื้อ ว่ารู้ลีลา ฯ


    ก * : ด ๗๐ : ว *
    ๏ เอาสารเทียมอูฐโอ้ เป็นมูล
    เก็บปัดเทียมแก้วปูน ค่าไว้
    เมืองใดพิกัดพูน มีดั่ง นี้นา
    นับแต่ไกลอย่าได้ ไต่เต้าเมืองเข็ญ ฯ


    ก * : ด ๗๑ : ว *
    ๏ น้ำเคี้ยวยูงว่าเงี้ยว ยูงตาม
    ทรายเหลือหางยูงงาม ว่าหญ้า
    ตาทรายยิ่งนิลวาม พรายเพริศ
    ลิงว่าหว้าหวังหว้า หว่าดิ้นโดยตาม ฯ


    ก * : ด ๗๒ : ว *
    ๏ สังขารหวัวผู้ว่า ตนทระนง
    ทรัพย์ย่อมหวัวคนจง ว่าเจ้า
    หญิงหวัวแก่ชายหลง ชมลูก
    มัจจุราชหวัวผู้เถ้า บ่รู้วันตาย ฯ


    ก * : ด ๗๓ : ว *
    ๏ มือด้วนคิดจะมล้าง เขาหมาย
    ปากด้วนถ่มน้ำลาย เลียบฟ้า
    หิ่งห้อยแข่งแสงฉาย สุริเยศ
    คนทุพพลอวดกล้า แข่งผู้มีบุญ ฯ


    ก * : ด ๗๔ (๓๙๕,๓๙๖,๓๙๗) : ว *
    ๏ แว่นตามาใส่ผู้ อันธการ
    คนหูหนวกฟังสำนาน ขับร้อง
    คนใบ้ใฝ่แสดงสาร โคลงกาพย์
    เฉกเครื่องประดับซ้อง ใส่ให้วานร ฯ


    ก * : ด ๗๕ : ว *
    ๏ วัดช้างเบื้องบาทรู้ จักสาร
    วัดอุทกชักกมุทมาลย์ แม่นรู้
    ดูครูสดับโวหาร สอนศิษย์
    ดูตระกูลเผ่าผู้ เพื่อด้วยเจรจา ฯ


    ก * : ด ๗๖ : ว *
    ๏ พระสมุทรสุดลึกล้น คณนา
    สายดิ่งทิ้งทอดวา หยั่งได้
    เขาสูงอาจวัดวา กำหนด
    จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง ฯ


    ก * : ด ๗๗ : ว *
    ๏ ไม้ล้มควรค่ามได้ โดยหมาย
    คนล้มจักข้ามกราย ห่อนได้
    ทำชอบชอบห่อนหาย ชอบกลับ สนองนา
    ทำผิดผิดจักให้ โทษแท้ถึงตน ฯ


    ก * : ด ๗๘ : ว *
    ๏ ไม้ล้มจะค่ามให้ ดูการ
    คนท่าวล้มข้ามพาน ห่อนได้
    เสือผอมอย่าอวดหาญ เข้าผลัก เสือแฮ
    พาลประทุษฐ์ตกไร้ อย่าได้ทำคุณ ฯ


    ก * : ด ๗๙ : ว *
    ๏ ทรชนยากไร้อย่า ทำคุณ
    อย่าหยิบทรัพย์อุดหนุน หย่อนให้
    ก่อเกื้อเกือบเกินทุน มันมั่ง มีนา
    ครั้นค่อยคลายวายไร้ กลับสู้ดูแคลน ฯ


    ก * : ด ๘๐ : ว *
    ๏ แม้นทำคุณท่านได้ ถึงพัน
    ครั้นโทษมีแต่อัน หนึ่งไซร้
    ติฉินหมิ่นคำหยัน เยาะกล่าว
    กลบลบคุณหลังได้ ถึงด้วยพันทวี ฯ


    ก * : ด ๘๑ : ว *
    ๏ ทำคุณท่านห่อนรู้ คุณสนอง
    ท่านบ่แทนคุณปอง โทษให้
    กลกาแต่งยูงทอง ลายเลิศ
    ยูงเอาหมึกหม้อไล้ ลูบสิ้นสรรพางค์ ฯ


    ก * : ด ๘๒ : ว *
    ๏ เทพาพันเทพเรื้อง ฤทธิรงค์
    บ่เท่าพระอินทร์องค์ หนึ่งได้
    คุณพันหนึ่งดำรง ความชอบ ไว้นา
    มีโทษอันหนึ่งไซร้ กลบกล้ำพันคุณ ฯ


    ก * : ด ๘๓ : ว *
    ๏ ใครซื่อซื่อต่อตั้ง ตามกัน
    ใครคดคดผ่อนผัน ตอบเต้า
    ทองแดงว่าสุวรรณ ยังถ่อง เหมือนฤา
    ดุจลูกสูส่องเถ้า ว่าโอ้เป็นลิง ฯ


    ก * : ด ๘๔ : ว *
    ๏ ใครทำโทษโทษนั้น แทนทด
    ใครคิดจิตคดคด ต่อบ้าง
    ใครจริงจึ่งจริงจรด รักต่อกันนา
    ใครใคร่ร้างเร่งร้าง รักร้างแรมไกล ฯ


    ก * : ด ๘๕ : ว *
    ๏ นายรักไพร่ไพร่พร้อม รักนาย
    มีศึกสู้จนตาย ต่อแย้ง
    นายเบียนไพร่กระจาย จากหมู่
    นายบ่รักไพร่แกล้ง ล่อล้างผลาญนาย ฯ


    ก * : ด ๘๖ : ว *
    ๏ ข้าท้าวเอาจิตท้าว แม่นหมาย
    บ่าวท่านเอาใจนาย แม่นหมั้น
    ศิษย์ท่านผ่อนผันผาย โดยจิต ครูนา
    อยู่ที่เรือนตัวนั้น แต่น้ำใจเอง ฯ


    ก * : ด ๘๗ : ว *
    ๏ รักกันอยู่ขอบฟ้า เขาเขียว
    เสมออยู่หอแห่งเดียว ร่วมห้อง
    ชังกันบ่แลเหลียว ตาต่อ กันนา
    เหมือนขอบฟ้ามาป้อง ป่าไม้มาบัง ฯ


    ก * : ด ๘๘ : ว *
    ๏ ให้ท่านท่านจักให้ ตอบสนอง
    นบท่านท่านจักปอง นอบไหว้
    รักท่านท่านควรครอง ความรัก เรานา
    สามสิ่งนี้เว้นไว้ แต่ผู้ทรชน ฯ


    ก * : ด ๘๙ : ว *
    ๏ แม้นมีความรู้ดั่ง สัพพัญญู
    ผิบ่มีคนชู ห่อนขึ้น
    หัวแหวนค่าเมืองตรู ตาโลก
    ทองบ่รองรับพื้น ห่อนแก้วมีศรี ฯ


    ก * : ด ๙๐ : ว *
    ๏ ราชรถปรากฏด้วย ธงชัย
    ควันประจักษ์แก่ไฟ เที่ยงแท้
    ราชาอิสระใน สมบัติ
    ชายย่อมเฉลิมเลิศแล้ ปิ่นแก้วเกศหญิง ฯ


    ก * : ด ๙๑ : ว *
    ๏ รำฟ้อนสุนทรด้วย รูปา
    ร้องขับศัพท์เสน่หา ยิ่งแท้
    มวยปล้ำล่ำสันสา- มารถจึ่ง: ดีแฮ
    รักกับชังนั้นแล้ เพื่อลิ้นเจรจา ฯ


    ก * : ด ๙๒ : ว *
    ๏ กระเหว่าเสียงเพราะแท้ แก่ตัว
    หญิงเลิศเพราะรักผัว แม่นหมั้น
    นักปราชญ์มาตรรูปมัว หมองเงื่อน งามนา
    เพราะเพื่อรสธรรมนั้น ส่องให้เห็นงาม ฯ


    ก * : ด ๙๓ : ว *
    ๏ นารายณ์วายเว้นจาก อาภรณ์
    อากาศขาดสุริยจร แจ่มหล้า
    เมืองใดบ่มีวร นักปราชญ์
    แม้ว่างามล้นฟ้า ห่อนได้งามเลย ฯ


    ก * : ด ๙๔ : ว *
    ๏ เขาใดไร้ถ้ำราช- สีห์หมาง
    สระโหดหงส์ละวาง วากเว้
    พฤกษ์ใดบกใบบาง บกหน่าย
    สาวซัดชู้โอ้เอ้ เพราะชู้ชายทราม ฯ


    ก * : ด ๙๕ : ว *
    ๏ ป่าใดไกลพยัคฆ์ร้าย ราวี
    ไม้หมดม้วยบ่มี ร่มเชื้อ
    หญิงยศงดงามดี ผัวหน่าย
    เป็นที่หมิ่นชายยื้อ หยอกเย้าเสียตน ฯ


    ก * : ด ๙๖ : ว *
    ๏ พลูหมากจากโอษฐ์โอ้ เสียศรี
    หญิงจากจอมสามี ครอบเกล้า
    เรือนปราศจากบุตรี ดรุณเด็ก
    เมืองจากจอมภพเจ้า สี่นี้ฤๅงาม ฯ


    ก * : ด ๙๗ : ว *
    ๏ เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม ดนตรี
    อักขระห้าวันหนี เนิ่นช้า
    สามวันจากนารี เป็นอื่น
    วันหนึ่งเว้นล้างหน้า อับเศร้าศรีหมอง ฯ


    ก * : ด ๙๘ : ว *
    ๏: ด อยใดมีถ้ำราช- สีห์ประสงค์
    เหมืองมาบมีบัวหงส์ หากใกล้
    ต้นไม้พุ่มพัวพง นกมาก มีนา
    สาวหนุ่มตามชู้ไซร้ เพราะชู้ชอบตา ฯ


    ก * : ด ๙๙ : ว *
    ๏ เปือกตมชมชื่นเชื้อ กาสร
    หงส์กับบุษบากร ชื่นช้อย
    ภิกษุเสพสังวร ศีลสุข ไซร้นา
    บุรุษรสรักร้อย เท่าน้อมในหญิง ฯ


    ก * : ด ๑๐๐ : ว *
    ๏ ใครจักผูกโลกแม้ รัดรึง
    เหล็กเท่าลำตาลตรึง ไป่หมั้น
    มนตร์ยาผูกนานหึง หายเสื่อม
    ผูกเพื่อไมตรีนั้น แน่นเท้าวันตาย ฯ


    โคลงโลกนิติ ฉบับศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
    ราชวรมหาวิหาร บทที่ ๑๐๑ – บทที่ ๒๐๐


    ก * : ด ๑๐๑ : ว *
    ๏ จำสารสับปลอกเกี้ยว ตีนสาร
    จำนาคมนตร์โอฬาร ผูกแท้
    จำคนเพื่อใจหวาน ต่างปลอก
    จำโลกนี้นั่นแล้ แต่ด้วยไมตรี ฯ


    ก * : ด ๑๐๒ : ว *
    ๏ เรียนพระธรรมแท้ผูก ศาสนา
    ปลอกผูกคชตรึงตรา ตรากหมั้น
    มนตร์ดลแลหยูกยา สมรรถผูก งูแฮ
    ผูกโลกทั้งหลายนั้น แน่นด้วยไมตรี ฯ


    ก * : ด ๑๐๓ : ว *
    ๏ ผจญคนมักโกรธด้วย ไมตรี
    ผจญหมู่ทรชนดี ต่อตั้ง
    ผจญคนจิตโลภมี ทรัพย์เผื่อ แผ่นา
    ผจญอสัตย์ให้ยั้ง หยุดด้วยสัตยา ฯ


    ก * : ด ๑๐๔ : ว *
    ๏ รบชนะศึกได้ ในณรงค์
    รบแม่เรือนตัวยง ขยาดแพ้
    รบใจชักให้คง ความสัตย์
    ถือว่าผู้นั้นแล้ เลิศล้ำชายชาญ ฯ


    ก * : ด ๑๐๕ : ว *
    ๏ คนใดคนหนึ่งผู้ ใจฉกรรจ์
    เคียดฆ่าคนอนันต์ หนักแท้
    ไป่ปานบุรุษอัน ผจญจิต เองนา
    เธียรท่านเยินยอแล้ ว่าผู้มีชัย ฯ


    ก * : ด ๑๐๖ : ว *
    ๏ แพ้ศึกหลบหลีกได้ รอดตน
    แพ้คดีทุกข์ทน ทรัพย์ผ้าย
    แพ้เบี้ยค่นจนจน ตัวยาก ก็ดี
    แพ้แม่เรือนทำร้าย ยากเท้าบรรลัย ฯ


    ก * : ด ๑๐๗ : ว *
    ๏ สงครามแสวงท่วยแกล้ว อาสา
    กลคดีพึงหา ท่านรู้
    ยามกินรสโอชา ชวนเพื่อน กินนา
    หาปราชญ์ล้ำเลิศผู้ เมื่อแก้ปริศนา ฯ


    ก * : ด ๑๐๘ : ว *
    ๏ แสวงรู้พึงคบด้วย บัณฑิต
    แสวงทรัพย์คบพาณิช ง่ายไซร้
    แสวงหายศศักดิ์ชิด ชอบราช
    ผิใคร่ได้ลูกไซร้ เสพส้องเมียสาว ฯ


    ก * : ด ๑๐๙ : ว *
    ๏ หายากเชิงรอบรู้ การกิจ
    หายากเชิงชาญชิด ชอบใช้
    หายากเช่นเชิงมิตร คุงชีพ
    หายากเชิงช่างให้ ชอบน้ำใจจริง ฯ


    ก * : ด ๑๑๐ : ว *
    ๏ ร้อยคนหาแกว่นแกล้ว กลางณรงค์
    พันหนึ่งหาปัญญายง ยิ่งรู้
    แสนคนเสาะคนตรง ยังยาก
    ไป่เท่าคนหนึ่งผู้ อาจอ้างอวยทาน ฯ


    ก * : ด ๑๑๑ : ว *
    ๏ ร้อยคนหาแกว่นแกล้ว กลางณรงค์
    พันหนึ่งหาปัญญายง ยิ่งรู้
    แสนคนเสาะคนตรง ยิ่งยาก
    ไป่เท่าคนหนึ่งผู้ อาจอ้างอวยทาน ฯ


    ก * : ด ๑๑๒ : ว *
    ๏ ช้างม้าเมียมิ่งแก้ว เงินทอง
    ตัวมิตายจักปอง ย่อมได้
    ชีวิตสิ่งเดียวของ หายาก
    ใช่ประทีปเทียนไต้ ดับแล้วจุดคืน ฯ


    ก * : ด ๑๑๓ : ว *
    ๏ เมื่อน้อยเรียนเร่งรู้ วิชา
    ครั้นใหญ่หาสินมา สู้เหย้า
    เมื่อกลางแก่ศรัทธา ทำแต่ บุญนา
    ครั้งแก่แรงวอกเว้า ห่อนได้เป็นการ ฯ


    ก * : ด ๑๑๔ : ว *
    ๏ ความรู้ดูยิ่งล้ำ สินทรัพย์
    คิดค่าควรเมืองนับ ยิ่งไซร้
    เพราะเหตุจักอยู่กับ กายอาต มานา
    โจรจักเบียนบ่ได้ เร่งรู้เรียนเอา ฯ


    ก * : ด ๑๑๕ : ว *
    ๏ ความรู้เรียนเมื่อน้อย หนังสือ
    ค่อยสมรรถจึงหัดปรือ โล่ดั้ง
    รู้แล้วเลิศอย่าถือ ตนถ่อม เถิดพ่อ
    บุญจักให้ใครรั้ง เริ่มรู้เป็นเอง ฯ


    ก * : ด ๑๑๖ : ว *
    ๏ ความรู้ดูยิ่งล้ำ สินทรัพย์
    คิดค่าควรเมืองนับ ยิ่งไซร้
    เพราะเหตุจักอยู่กับ กายอาต- มานา
    โจรจักเบียนบ่ได้ เร่งรู้เรียนเอา ฯ


    ก * : ด ๑๑๗ : ว *
    ๏ จักเรียนความรู้พิ- นิจครู
    จักกล่าวภรรยาดู พวกพ้อง
    จักขึ้นสู่บนภู- เขาค่อย เดินนา
    จักเสพกามาพร้อง โกรธไซร้รำพึง ฯ


    ก * : ด ๑๑๘ : ว *
    ๏ ความเพียรเป็นอริแล้ว เป็นมิตร
    คร้านเกียจเป็นเพื่อนสนิท ร่วมไร้
    วิชาเฉกยาติด ขมขื่น
    ประมาทเหมือนดับไต้ ชั่วร้ายฤๅเห็น ฯ


    ก * : ด ๑๑๙ : ว *
    ๏ ผิรู้รู้จุ่งให้ เทียมคน
    จักเงื่องเงื่องเป็นกล เงื่องแหง้
    จักสุกอย่าสุกปน ดิบครึ่ง หนึ่งนา
    ทางไล่ไว้หนีแก้ รอดแคล้วภัยพาล ฯ


    ก * : ด ๑๒๐ : ว *
    ๏ ความรู้รู้ยิ่งได้ สินศักดิ์
    เป็นที่ชนพำนัก นอบนิ้ว
    อย่าเกียจเกลียดหน่ายรัก เรียนต่อ
    รู้ชอบใช่หอบหิ้ว เหนื่อยแพ้แรงโรย ฯ


    ก * : ด ๑๒๑ : ว *
    ๏ วิชาเป็นเพื่อนเลี้ยง ชีวิต
    ยามอยู่เรือนเมียสนิท เพื่อนร้อน
    ร่างกายสหายติด ตามทุกข์ ยากนา
    ธรรมหากเป็นมิตรข้อน เมื่อม้วยอาสัญ ฯ


    ก * : ด ๑๒๒ : ว *
    ๏ เป็นชายความรู้ยิ่ง เป็นทรัพย์
    ทุกประเทศมีผู้นับ อ่านอ้าง
    สตรีรูปงามสรรพ เป็นทรัพย์ ตนนา
    แม้ตกยากไร้ร้าง ห่อนไร้สามี ฯ


    ก * : ด ๑๒๓ : ว *
    ๏ เห็นใดจำให้แน่ นึกหมาย
    ฟังใดอย่าฟังดาย สดับหมั้น
    ชนม์ยืนอย่าพึงวาย ตรองตรึก ธรรมนา
    สิ่งสดับทั้งนั้น ผิดเพี้ยนเป็นครู ฯ


    ก * : ด ๑๒๔ : ว *
    ๏ เภตราเพียบล่มล้ม จมอรร- ณพนา
    เกวียนหนักหักเพลาพลัน ง่ายไซร้
    น้ำน่านซ่านตลิ่งคัน เพราะเปี่ยม เต็มแฮ
    ผู้ประจาคมากให้ ทรัพย์ม้วยหมดตัว ฯ


    ก * : ด ๑๒๕ : ว *
    ๏ พลอดนักมักพลาดพลั้ง พลันผิด
    หาญนักมักชีวิต มอดม้วย
    ตรองนักมักเสียจริต จักคลั่ง
    รักนักมักหลงด้วย เล่ห์ลิ้นลมหญิง ฯ


    ก * : ด ๑๒๖ : ว *
    ๏ คนใดโผงพูดโอ้ อึงดัง
    อวดว่ากล้าอย่าฟัง สัปปลี้
    หมาเห่าเล่าอย่าหวัง จักขบ ใครนา
    สองเหล่าเขาหมู่นี้ ชาติเชื้อเดียวกัน ฯ


    ก * : ด ๑๒๗ : ว *
    ๏ เสือใดแรงร้ายระ พะพง
    อาจอุกบุกดงยง ขบคั้น
    กินสัตว์สุระทะนง ศักดิ์สาธุ์
    จักฉิบหายตายหมั้น เพราะร้ายแรงทะนง ฯ


    ก * : ด ๑๒๘ : ว *
    ๏ ลับหลังบังเบียดล้าง ลบคุณ
    ต่อพักตร์ยกยอบุญ ลึกซึ้ง
    คบมิตรจิตปานปุน เป็นดุจ นี้นา
    กลดั่งเสพน้ำผึ้ง คลุกเคล้ายาตาย ฯ


    ก * : ด ๑๒๙ : ว *
    ๏ ผู้อื่นแม้ประโยชน์ไซร้ เสมอมิตร
    มิตรประทุษฐ์ทำจิต เจ็บช้ำ
    กายกับพยาธิชิด ใครชอบ เลยนา
    รุกขชาติในป่าล้ำ เลิศให้เป็นยา ฯ


    ก * : ด ๑๓๐ : ว *
    ๏ สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ ในตน
    กินกัดเนื้อเหล็กจน กร่อนขร้ำ
    บาปเกิดแก่ตนคน เป็นบาป
    บาปย่อมทำโทษซ้ำ ใส่ผู้บาปเอง ฯ


    ก * : ด ๑๓๑ : ว *
    ๏ ฟักแฟงแตงเต้าถั่ว งายล
    หว่านสิ่งใดให้ผล สิ่งนั้น
    ทำทานหว่านกุศล ผลเพิ่ม พูนนา
    ทำบาปบาปซั้นซั้น ไล่เลี้ยวตามตน ฯ


    ก * : ด ๑๓๒ : ว *
    ๏ ยายำประกอบด้วย มนตร์ดล
    เคราะห์โศกโรคบนปน ปะไซร้
    แม้นบุญช่วยอวยผล ผลเพิ่ม พูนนา
    แม้บาปบุรพกรรมให้ บาปซ้ำเสียศูนย์ ฯ


    ก * : ด ๑๓๓ : ว *
    ๏ มีสินฤๅเท่าผู้ มีคุณ
    ข้าศึกฤๅปานปุน พยาธิไซร้
    รักใดจักเพิ่มพุน รักอาต- มานา
    แรงอื่นฤๅจักได้ เท่าด้วยแรงกรรม ฯ


    ก * : ด ๑๓๔ : ว *
    ๏ อย่าโทษไทท้าวท่วย เทวา
    อย่าโทษสถานภูผา ย่านกว้าง
    อย่าโทษหมู่วงศา มิตรญาติ
    โทษแต่กรรมเองสร้าง ส่งให้เป็นเอง ฯ


    ก * : ด ๑๓๕ : ว *
    ๏ หมอแพทย์ทายว่าไข้ ลมคุม
    โหรว่าเคราะห์แรงรุม โทษให้
    แม่มดว่าผีกุม ทำโทษ
    ปราชญ์ว่ากรรมเองไซร้ ก่อสร้างมาเอง ฯ


    ก * : ด ๑๓๖ : ว *
    ๏ แม้มีตัวใหญ่เพี้ยง ภูผา
    สูงเจ็ดลำตาลสา- มารถแท้
    พงศ์พันธุ์เผ่าจันทรา สุริเยศ ก็ดี
    ครั้นว่าไร้ทรัพย์แล้ ทั่วหล้าฤๅเห็น (นับหน้าฤๅมี) ฯ


    ก * : ด ๑๓๗ : ว *
    ๏ คนผู้หินชาติช้า พงศ์พันธุ์
    ครั้นมั่งมีสินสรรพ์ อวดอ้าง
    แม้ผู้เผ่าสุริยจันทร์ สูงศักดิ์ ก็ดี
    ครั้นทรัพย์แรมโรยร้าง หมู่ร้ายดูแคลน ฯ


    ก * : ด ๑๓๘ : ว *
    ๏ แม้มีเนตรพ่างเพี้ยง พันจัก- ษุแฮ
    มีวิชารู้หลัก เลิศล้น
    ปัญญายิ่งยศศักดิ์ ฦาทั่ว ภพนา
    รู้เท่าใดฤๅพ้น พ่ายแพ้ความตาย ฯ


    ก * : ด ๑๓๙ : ว *
    ๏ มีฤทธิแรงมากแม้น ทศพล ก็ดี
    หักพระเมรุทบทน ท่าวแท้
    หยิบยกสี่สากล ชูกลอก ไว้นา
    บัดย่อมจะพ่ายแพ้ แก่ท้าวมฤตยู ฯ


    ก * : ด ๑๔๐ : ว *
    ๏ มีฤทธิ์รู้ยิ่งแม้น สัพพัญญู ก็ดี
    เหินเห็จเตร็จไตรตรู ทั่วหล้า
    ตำดินแหวกสินธู ทุกทวีป
    รู้เท่ารู้ล้นฟ้า ห่อนพ้นความตาย ฯ


    ก * : ด ๑๔๑ : ว *
    ๏ มีบุตรบ่วงหนึ่งเกี้ยว พันคอ
    ทรัพย์ผูกบาทาคลอ หน่วงไว้
    ภรรยาเยี่ยงบ่วงปอ รึงรัด มือนา
    สามบ่วงใครพ้นได้ จึ่งพ้นสงสาร ฯ


    ก * : ด ๑๔๒ : ว *
    ๏ บัญญัติลูกเต้าทรัพย์ สินสกล
    ผู้โฉดคิดเวียนวน โศกเศร้า
    บ่คิดว่าตัวตน ศูนย์เปล่า ไซร้ฤๅ
    เมียลูกทรัพย์หากเข้า เกาะยื้อยามมรณ์ ฯ


    ก * : ด ๑๔๓ : ว *
    ๏ ผู้ใดมีมั่งขั้ง เงินทอง
    ลูกที่ดีให้ครอง สืบไว้
    ลูกร้ายอย่าพึงปอง มอบทรัพย์ ให้นา
    พึงวิจารณ์ประมวญให้ รอบรู้เป็นคุณ ฯ


    ก * : ด ๑๔๔ : ว *
    ๏ มีลูกจากโทษแท้ สาธารณ์
    เข้าบ่อนคบคนพาล ลักลี้
    ส้องเสพสุราบาน การบาป
    จากโทษแท้เท่านี้ ลาภล้ำบิดา ฯ


    ก * : ด ๑๔๕ : ว *
    ๏ ลูกหนึ่งยอดยิ่งล้ำ ประยูร
    ลูกหนึ่งเทียมตระกูล พ่อแท้
    ลูกหนึ่งถ่อยสถูล กว่าชาติ
    สามสิ่งนี้มีแล้ เที่ยงแท้ทุกคน ฯ


    ก * : ด ๑๔๖ : ว *
    ๏ มีลูกลูกเล่าไซร้ หลายประการ
    ลูกหนึ่งพึงล้างผลาญ ทรัพย์ม้วย
    ลูกหนึ่งย่อมคบพาล พาผิด มานา
    ลูกที่ดีนั้นด้วย ว่ารู้ฟังคำ ฯ


    ก * : ด ๑๔๗ : ว *
    ๏ มีลูกดื้อลูกขี้- กาแก
    มีทาสเทียรตำแย แส่ไส้
    มีเรือรั่วขี่แพ ดีกว่า
    มีแม่เรือนเปื้อนให้ เดือดร้อนเพรางาย ฯ


    ก * : ด ๑๔๘ : ว *
    ๏ พระจันทร์โอภาสด้วย ราตรี
    แสงสว่างแผ้วพันสี ส่องหล้า
    กษัตริย์อ่าอินทรีย์ เรืองรุ่ง งามนา
    บุตรที่ดีรุ่งหน้า พวกพ้องพงศ์พันธุ์ ฯ


    ก * : ด ๑๔๙ : ว *
    ๏ ว่าเมียมีมากล้ำ หลายเมีย
    เมียหนึ่งยกยอเยีย อย่างแหม้
    เมียหนึ่งส่ายทรัพย์เสีย ศูนย์จาก ตนนา
    เมียหนึ่งทำโทษแท้ เที่ยงให้ฉิบหาย ฯ


    ก * : ด ๑๕๐ : ว *
    ๏ เมียมากจุ่งระมัดหมั้น ตัวตน
    มันย่อมหามนตร์ดล คิดร้าย
    รักนักมักหลงกล การเสน่ห์
    ควรประหยัดอย่าหง้าย จักสิ้นเสียตัว ฯ


    ก * : ด ๑๕๑ : ว *
    ๏ หญิงประทุษฐ์ทำเล่ห์ซ้อน เหนือชาย
    คิดคดมุ่งมั่นหมาย ค่ำเช้า
    คอยไข้ป่วยปางตาย อับลาภ
    เอาพิษเพิ่มภักษ์เข้า เหตุนั้นควรถวิล ฯ


    ก * : ด ๑๕๒ : ว *
    ๏ หญิงชั่วผัวหย่าร้าง สามคน
    ช้างหลีกหนีสามหน จากเจ้า
    ลูกศิษย์ผิดครูตน สามแห่ง
    เขาหมู่นี้อย่าเข้า เสพส้องสมาคม ฯ


    ก * : ด ๑๕๓ : ว *
    ๏ หญิงชั่วชู้ร้ายนัก ฤๅคลาด
    เห็นบุรุษนักปราชญ์ เกลียดใกล้
    แมลงวันย่อมเอาชาติ อสุภ เน่านา
    บ่เสาะกลิ่นดอกไม้ ดุจผึ้งภุมรา ฯ


    ก * : ด ๑๕๔ : ว *
    ๏ ปางก่อนเคยร่วมน้ำ ใจจิต
    เคยยื่นทรัพย์ไปล่ปลิด ปลดให้
    เคยเป็นมิ่งเมียสนิท หลายชาติ มานา
    ในชาตินี้จึ่งได้ เสพส้องครองกัน ฯ


    ก * : ด ๑๕๕ : ว *
    ๏ อากาศหฤโหดร้าย คือกา
    สัตว์สี่ตีนคือลา โหดแท้
    นักพรตมักโกรธา หฤโหด
    ร้ายกว่าร้ายนั้นแล้ แต่ผู้นินทา ฯ


    ก * : ด ๑๕๖ : ว *
    ๏ ถ่อลอยกลางแม่น้ำ ฤๅจะเอา
    แม้มิบุบบางเบา มอดย้ำ
    สตรีรูปลำเพา ผัวหย่า เล่าแฮ
    ยักหล่มถ่มร้ายซ้ำ ไม่ร้ายแรงหึง ฯ


    ก * : ด ๑๕๗ : ว *
    ๏ ด ังฤๅแม่น้ำและ หนทาง
    ศาลสระโรงบึงบาง บ่อห้วย
    เปรียบประดุจใจนาง ในโลก นี้นา
    ฤๅอิ่มเวลาด้วย แห่งห้องสงสาร ฯ


    ก * : ด ๑๕๘ : ว *
    ๏ แมลงวันท่วยเด็กน้อย นารี
    พลูกัดชลคุณฑี ลูกไม้
    น้ำไหลแลฤๅษี สิทธิเดช
    เจ็ดสิ่งนี้อย่าได้ เกลียดอ้างเป็นเดน ฯ


    ก * : ด ๑๕๙ : ว *
    ๏ ด ูข้าดูเมื่อใช้ การหนัก
    ดูมิตรพงศารัก เมื่อไร้
    ดูเมียเมื่อไข้จัก จวนชีพ
    อาจจักรู้จิตไว้ ว่าร้ายฤาดี ฯ


    ก * : ด ๑๖๐ : ว *
    ๏ ทาสาอย่าคิดไว้ วางใจ
    ปกปิดกลภายใน อย่าหง้าย
    เลศลับสิ่งใดใด เห็นเหตุ
    มันแนะนำทำร้าย หมดสิ้นเสียตัว ฯ


    ก * : ด ๑๖๑ : ว *
    ๏ ความลับอย่าให้ทาส จับที
    ปกปิดมิดจงดี อย่าแผร้
    แม้ให้ทราบเหตุมี หลายหลาก
    นับว่าข้าทาสแท้ โทษร้ายเร็วถึง ฯ


    ก * : ด ๑๖๒ : ว *
    ๏ หญิงทาสทางทาสใช้ โดยควร
    อย่าและเล็มลามลวน วากเว้
    รู้รสก่อเชิงชวน ใช้ยาก
    ดังแมลงป่องจระเข้ ก่งแหง้งอนหาง ฯ


    ก * : ด ๑๖๓ (๔๐๑) : ว *
    ๏ ช้างสารหกศอกไซร้ เสียงา
    งูเห่ากลายเป็นปลา อย่าต้อง
    ข้าเก่าเกิดแต่ตา ตนปู่ ก็ดี
    เมียรักนอนร่วมห้อง อย่าไว้วางใจ ฯ


    ก * : ด ๑๖๔ : ว *
    ๏ หญิงชายบ้าบาปเถ้า ทุรชน
    ใครอดออมข้าคน หมู่นี้
    สิริห่อนจากตน คลาคลาด
    มาอยู่ชูตีนกี้ เมื่อรื้อวางวาย ฯ


    ก * : ด ๑๖๕ : ว *
    ๏ พ่อชั่วคนรู้ย่อม สาธารณ์
    แม่ชั่วปากสามานย์ กล่าวกล้า
    พ่อแม่โคตรสันดาน สุทธชาติ
    คำอ่อนหวานบานหน้า ร่วมรู้อันดี ฯ


    ก * : ด ๑๖๖ : ว *
    ๏ พ่อตายคือฉัตรกั้ง หายหัก
    แม่ดับดุจรถจักร จากด้วย
    ลูกตายบ่วายรัก แรงร่ำ
    เมียมิ่งตายวายม้วย มืดคลุ้มแดนไตร ฯ


    ก * : ด ๑๖๗ : ว *
    ๏ พิษร้อนในโลกนี้ มีสาม
    พิษหอกดาบเพลิงลาม ลวกไหม้
    ร้อนจริงก็มียาม หยุดหย่อน เย็นนา
    ร้อนสิ่งเดียวร้อนไร้ ยิ่งร้อนฤๅวาย ฯ


    ก - : ด ๑๖๘ : ว ๑๗๐
    ๏ หวานใดในโลกนี้ มีสาม สิ่งนา
    หวานหนึ่งคือรสกาม อีกอ้อย
    หวานอื่นหมื่นแสนทราม สารพัด หวานเอย
    หวานไป่ปานรสถ้อย กล่าวเกลี้ยงคำหวาน ฯ


    ก * : ด ๑๖๙ : ว *
    ๏ ธรรมดายาโรคร้อน รสขม
    กินก็บำบัดลม และไข้
    คนซื่อกล่าวใครชม ว่าชอบ หูแฮ
    จริงไป่จริงนั้นไซร้ ผ่ายหน้านานเห็น ฯ


    ก * : ด ๑๗๐ (๓๘๕,๓๘๖) : ว *
    ๏ โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง เมล็ดงา
    ปองติฉินนินทา ห่อนเว้น
    โทษตนเท่าภูผา หนักยิ่ง
    ป้องปิดคิดซ่อนเร้น เรื่องร้ายหายสูญ ฯ


    ก * : ด ๑๗๑ : ว *
    ๏ คนรักมีมากไซร้ แสดงผล
    ชังมากนินทาตน โศกเศร้า
    รักมากเมื่อกังวล วานช่วย กันนา
    ชังมากมักรุมเร้า กล่าวร้ายรันทำ ฯ


    ก * : ด ๑๗๒ : ว *
    ๏ ด อกบัวหนามณะก้าน คนฉิน
    สระก็มีมลทิน ไป่พร้อง
    น้ำล้างสิ่งของกิน พึงเกลียด ตินา
    คลองอาบอากูลซ้อง สิ่งร้ายเป็นดี ฯ


    ก * : ด ๑๗๓ : ว *
    ๏ ลิ้นพราหมณ์ตานกแร้ง จมูกมด
    น้ำจิตพระยากำหนด ยากแท้
    คำครูสั่งสอนบท ธรรเมศ
    ห้าสิ่งนี้แหลมแล้ รวดรู้เร็วจริง ฯ


    ก * : ด ๑๗๔ : ว *
    ๏ คนตื่นคืนหนึ่งช้า จริงเจียว
    มล้าวิถีโยชน์เดียว ดุจร้อย
    สงสารหมู่พาลเทียว ทางเนิ่น นานนา
    เพราะบ่เห็นธรรมน้อย หนึ่งให้เป็นคุณ ฯ


    ก * : ด ๑๗๕ : ว *
    ๏ เฝ้าท้าวเทียมเสพด้วย ยาพิษ
    เข้าสู่สงครามชิด ใช่ช้า
    ทรงครรภ์แลพาณิช เที่ยวท่อง ชเลนา
    บัดชื่นบัดเศร้าหน้า กล่าวใกล้ความตาย ฯ


    ก * : ด ๑๗๖ : ว *
    ๏ บรรทมยามหนึ่งไท้ ทรงฤทธิ์
    หกทุ่มหมู่บัณฑิต ทั่วแท้
    สามยามพวกพาณิช นรชาติ
    นอนสี่ยามนั้นแล เที่ยงแท้เดียรฉาน ฯ


    ก * : ด ๑๗๗ : ว *
    ๏ ราชาธิราชน้อม ในสัตย์
    อำมาตย์เป็นบรรทัด ถ่องแท้
    ฝูงราษฎร์อยู่ศรีสวัสดิ์ ทุกเมื่อ
    เมืองดั่งนี้เลิศแล้ ไพร่ฟ้าเปรมปรีดิ์ ฯ


    ก - : ด ๑๗๘ : ว *
    ๏ ข้าท่านคร้านหลีกเจ้า จากเจียร
    ชีบ่เล่าเรียนเขียน อ่านไซร้
    ชาวนาละความเพียร ไถถาก
    สามสิ่งนี้โหดให้ โทษแท้คนฉิน ฯ


    ก * : ด ๑๗๙ : ว *
    ๏ นายเรือนใหญ่อยู่เหย้า เรือนตน
    นายช่างเป็นใหญ่คน ลูกบ้าน
    ท้าวพระยาใหญ่กว่าชน ในเขต แดนนา
    นักปราชญ์ใหญ่แปดด้าน ทั่วด้าวทิศา ฯ


    ก - : ด ๑๘๐ : ว *
    ๏ สตรีดีรูปได้ เป็นทรัพย์
    ชายฉลาดความรู้สรรพ ทรัพย์ได้
    พราหมณ์ทรงเวทยานับ ว่าทรัพย์ พราหมณ์นา
    ภิกษุเกิดลาภไซร้ เพื่อรู้เทศน์ธรรม ฯ


    ก * : ด ๑๘๑ : ว *
    ๏ เรียนสรรพสบศาสตร์สิ้น เพลงศิลป์
    ประสิทธิ์เสร็จทั้งแดนดิน ย่อมได้
    ตามปัญญายิ่งโดยจินต์ คดีโลก
    สอนอัชฌาสัยไซร้ ห่อนได้มีครู ฯ


    ก * : ด ๑๘๒ : ว *
    ๏ เรียนรู้ครูบอกได้ เสร็จสรรพ์
    สบศาสตร์ศิลป์ทุกอัน ย่อมรู้
    อัชฌาสัยแห่งสามัญ บุญแต่ง มาแฮ
    ครูทักนักสิทธิผู้ เลิศได้บอกเลย ฯ


    ก * : ด ๑๘๓ : ว *
    ๏ แม้นบุญยังอย่าได้ ขวนขวาย
    อย่าตื่นตีตนตาย ก่อนไข้
    ลูกพร้าวอยู่ถึงปลาย สูงสุด ยอดนา
    ใครพร่ำน้ำตักให้ หากรู้เต็มเอง ฯ


    ก * : ด ๑๘๔ : ว *
    ๏ นกน้อยขนน้อยแต่ พอตัว
    รังแต่งจุเมียผัว อยู่ได้
    มักใหญ่ย่อมคนหวัว ไพเพศ
    ทำแต่พอตัวไซร้ อย่าให้คนหยัน ฯ


    ก * : ด ๑๘๕ : ว *
    ๏ เห็นท่านมีอย่าเคลิ้ม ใจตาม
    เรายากหากใจงาม อย่าคร้าน
    อุตส่าห์พยายาม การกิจ
    เอาเยี่ยงอย่างเพื่อนบ้าน อย่าท้อทำกิน ฯ


    ก * : ด ๑๘๖ : ว *
    ๏ เริ่มการตรองตรึงไว้ ในใจ
    การจะลุจึงไข ข่าวแจ้ง
    เดื่อดอกออกห่อนใคร เห็นดอก
    ผลผลิตติดแล้วแผร้ง แพร่ให้คนเห็น ฯ


    ก * : ด ๑๘๗ : ว *
    ๏ การใดตรองผิดไซร้ เสียถนัด
    เอาสิ่งนั้นตรองขัด คิดแก้
    หนามยอกสิ่วแคะคัด ฤๅออก
    หนามต่อหนามนั้นแล้ เขี่ยได้คืนถอน ฯ


    ก * : ด ๑๘๘ : ว *
    ๏ ผมผิดคิดสิบห้า วันวาร
    ทำไร่ผิดเทศกาล ขวบเช้า
    เลี้ยงเมียผิดรำคาญ คิดหย่า
    ทำผิดไว้คิดเศร้า ตราบเท้าวันตาย ฯ


    ก * : ด ๑๘๙ : ว *
    ๏ เดินทางต่างเทศให้ พิจารณ์
    อาสน์นั่งนอนอาหาร อีกน้ำ
    อดนอนอดบันดาล ความโกรธ
    ห้าสิ่งนี้คุณล้ำ เลิศล้วนควรถวิล ฯ


    ก * : ด ๑๙๐ : ว *
    ๏ อาศัยเรือนทาสท่านให้ วิจารณ์
    เห็นท่านทำการงาน ช่วยพร้อง
    แม้มีกิจโดยสาร นาเวศ
    พายถ่อช่วยค้ำจ้อง จรดให้จนถึง ฯ


    ก * : ด ๑๙๑ : ว *
    ๏ เขาบ่เรียกสักหน่อยขึ้น เคหา
    ท่านบ่ถามเจรจา อวดรู้
    ยกตนอหังการ์ เกินเพื่อน
    สามลักษณะนี้ผู้ เผ่าร้ายฤๅดี ฯ


    ก * : ด ๑๙๒ : ว *
    ๏ เป็นคนคลาดเหย้าอย่า เปล่ากาย
    เงินสลึงติดชาย ขอดไว้
    เคหาอย่าศูนย์วาย เข้าเปลือก มีนา
    เฉินฉุกขุกจักได้ ผ่อนเลี้ยงอาตมา ฯ


    ก * : ด ๑๙๓ : ว *
    ๏ สินใดบ่ชอบได้ มาเรือน
    อยู่แค่เจ็ดเดือนเตือน ค่ำเช้า
    ครั้นนานย่อมเลือนเปือน ปนอยู่
    มักชักของเก่าเหย้า มอดม้วยหมดโครง ฯ


    ก * : ด ๑๙๔ : ว *
    ๏ ตมเกิดแต่น้ำแล่น เป็นกระสาย
    น้ำก็ล้างเลนหาย ซากไซร้
    บาปเกิดใช่แต่กาย เพราะจิต ก่อนนา
    อันจักล้างบาปได้ เพราะน้ำใจเอง ฯ


    ก * : ด ๑๙๕ : ว *
    ๏ อายครูไซร้ถ่อยรู้ วิชา
    อายแก่ราชาคลา ยศแท้
    อายแก่ภรรยาหา บุตรแต่ ไหนมา
    อายกับทำบุญแล้ สุขนั้นฤามี ฯ


    ก * : ด ๑๙๖ : ว *
    ๏ หน้าแช่มชื่นช้อยเช่น บัวบาน
    ถ้อยฉ่ำคำเฉื่อยหวาน ซาบไส้
    หัวใจดั่งดาบผลาญ ชนม์ชีพ
    เขาเหล่านี้กล่าวไว้ ว่าผู้ทรชน ฯ


    ก * : ด ๑๙๗ : ว *
    ๏ หลีกเกวียนให้หลีกห้า ศอกหมาย
    ม้าหลีกสิบศอกกราย อย่าใกล้
    ช้างยี่สิบศอกคลาย คลาคลาด
    เห็นทุรชนหลีกให้ ห่างพ้นลับตา ฯ


    ก * : ด ๑๙๘ : ว *
    ๏ พาชีขี่คล่องคล้อย ควรคลา
    โคคู่ควรไถนา ชอบใช้
    บนชานชาติวิฬาร์ ควรอยู่
    สุนัขเนาแต่ใต้ ต่ำเหย้าเรือนควร ฯ


    ก * : ด ๑๙๙ : ว *
    ๏ กระบือหนึ่งห้ามอย่า ควรครอง
    เมียมิ่งอย่ามีสอง สี่ได้
    โคสามอย่าควรปอง เป็นเหตุ
    เรือนอยู่สี่ห้องให้ เดือดร้อนรำคาญ ฯ


    ก * : ด ๒๐๐ : ว *
    ๏ มีเรือค้าขี่ห้า ลำนอ ห้ามแฮ
    สุนัขหกอย่าพึงพอ จิตเลี้ยง
    แมวเจ็ดเร่งเร็วขอ มาใส่ อีกนา
    ช้างแปดม้าเก้าเหยี้ยง อย่างห้ามเพรงมา ฯ


    โคลงโลกนิติ ฉบับศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
    ราชวรมหาวิหาร บทที่ ๒๐๑ – บทที่ ๓๐๐


    ก * : ด ๒๐๑ : ว *
    ๏ มีเงินให้ท่านกู้ ไปนา
    ศิลปศาสตร์ฤๅศึกษา เล่าไว้
    มีเมียอยู่เคหา ไกลผ่าน
    สามลักษณะนี้ใกล้ แกล่แม้นไป่มี ฯ


    ก * : ด ๒๐๒ : ว *
    ๏ สบพบคนเคลิ้มอย่า เจรจา
    ลาภอยู่ไกลอย่าหา ใคร่ได้
    มีลูกโฉดปัญญา ยากจิต ตนนา
    เมียมิตรร้ายอย่าใกล้ อยู่เพี้ยงขันที ฯ


    ก * : ด ๒๐๓ : ว *
    ๏ ไร้สิ่งสินอับแล้ว ปัญญา
    อีกญาติวงศ์พงศา บ่ใกล้
    คนรักย่อมโรยรา รสรัก กันแฮ
    พบแทบทางทำใบ้ เบี่ยงหน้าเมินหนี ฯ


    ก * : ด ๒๐๔ : ว *
    ๏ อย่าเรียนเพียรคิดค้น ขุดของ
    อย่าตริตรึกนึกปอง บ่อนเหล้น
    อย่าเรียนเวทมนตร์ลอง สาวสวาท
    แปรธาตุหนึ่งพึงเว้น สี่นี้เบียนตน ฯ


    ก * : ด ๒๐๕ : ว *
    ๏ รักมิตรสุภาพไซร้ สมรมิตร
    รักเผ่าพงศาสนิท ซื่อไซร้
    รักหญิงอย่าพึงคิด สินอ่อย เอานา
    รักสัตย์ศีลจักได้ สุขแท้ทางสวรรค์ ฯ


    ก * : ด ๒๐๖ : ว *
    ๏ รักทรัพย์อย่ายิ่งด้วย วิชา
    สว่างอื่นเท่าสุริยา ห่อนได้
    ไฟใดยิ่งราคา เพลิงราค ฤๅพ่อ
    รักอื่นหมื่นแสนไซร้ อย่าสู้รักธรรม ฯ


    ก * : ด ๒๐๗ : ว *
    ๏ มีมิตรจงรอบรู้ รักสนิท
    ดุจอุทรเดียวชิด ชอบหน้า
    ความขำเงื่อนงำปิด ปัดเป่า
    ท่านว่ามิตรนี้อ้า เอกล้ำเหลือดี ฯ


    ก * : ด ๒๐๘ : ว *
    ๏ เมียท่านพิศพ่างเพี้ยง มารดา
    ทรัพย์ท่านคืออิฐผา กระเบื้อง
    รักสัตว์อื่นอาตมา เทียมเท่า กันแฮ
    ตรองดั่งนี้จักเปลื้อง ปลดพ้นสงสาร ฯ


    ก * : ด ๒๐๙ : ว *
    ๏ คนใดใจส่างสิ้น ความอาย
    ความสัตย์เสื่อมกระจาย จากแท้
    มานะเจ็บอายหาย หมดเนตร
    สิ่งสี่มีพร้อมแล้ เล่ห์เพี้ยงเดียรฉาน ฯ


    ก * : ด ๒๑๐ : ว *
    ๏ คนใดมีสัตย์ทั้ง มานะ
    ความเจ็บยังไป่ละ หนึ่งบ้าง
    ความอายบ่สละ จากจิต
    แม้ตกต่ำไร้ร้าง ห่อนผู้ดูแคลน ฯ


    ก * : ด ๒๑๑ : ว *
    ๏ คนใดฟังอรรถแล้ว บ่ขวาย- ขวนนา
    บ่ตริตรึกนึกหมาย มั่นไว้
    บ่ถามไต่อุบาย เติมต่อ
    ปราชญ์ว่าผู้นั้นไซร้ ใช่เชื้อเมธา ฯ


    ก * : ด ๒๑๒ : ว *
    ๏ คนใดทรงสัตย์สร้าง ศีลา
    ไป่เคียดขึ้งหึงสา สัตว์ไซร้
    น้ำจิตคิดกรุณา เนืองนิจ
    คนดั่งนี้จัดได้ ชื่อเชื้อปรีชา ฯ


    ก * : ด ๒๑๓ : ว *
    ๏ คนใดละพ่อทั้ง มารดา
    อันทุพพลชรา ภาพแล้ว
    ขับไล่ไม่มีปรา- นีเนตร
    คนดั่งนี้ฤาแคล้ว คลาดพ้นไภยัน ฯ


    ก * : ด ๒๑๔ : ว *
    ๏ คนใดเอมโอชด้วย เจรจา
    เห็นแก่เฒ่าพฤฒา ถ่อมไหว้
    สรรเสริญทั่วโลกา มนุษย์ นี้นา
    ปรโลกพู้นจักได้ สู่ฟ้าเมืองแมน ฯ


    ก * : ด ๒๑๕ : ว *
    ๏ คนใดด่าโคตรเค้า ตระกูล
    ถือว่าตนทรัพย์มูน มั่งขั้ง
    ดูหมิ่นหมู่ประยูร พงศ์เผ่า
    เป็นที่ติเตียนทั้ง ทั่วท้องโลกา ฯ


    ก * : ด ๒๑๖ : ว *
    ๏ ชายใดเร่คบค้า นารี
    เสพสุรายินดี บ่อนเหล้น
    นกไก่สกาตี มือต่อ พนันนา
    คนดั่งนี้ฤๅเว้น จากเบื้องฉิบหาย ฯ


    ก * : ด ๒๑๗ : ว *
    ๏ คนใดถ่อยจากรู้ วิชา
    หญิงรูปร้ายกิริยา โฉดด้วย
    บรรพชิตบ่รักษา ศีลขาด
    สามสิ่งนี้ชื่อม้วย ชีพสิ้นสุดสกล ฯ


    ก * : ด ๒๑๘ : ว *
    ๏ คนร้ายมักชอบร้าย ราคี
    สอนสั่งสิ่งความดี บ่ได้
    ดุจเกลือทอดนที ศูนย์เปล่า
    เสพที่ชั่วเชือนไซร้ ทราบแจ้งใจมัน ฯ


    ก * : ด ๒๑๙ : ว *
    ๏ สอนคนหีนชาติช้า โฉดเฉา
    ฝนตกเจิมจอมเขา หลั่งหลุ้ม
    คนดีสั่งสอนเอา โอวาท
    กลกะมะออมน้ำอุ้ม อิ่มได้โดยใจ ฯ


    ก * : ด ๒๒๐ : ว *
    ๏ เผ่าพาลพวกไป่รู้ คุณคน
    มันยอมหาเหตุผล ขุดไค้
    สมบัติสี่สากล โกยกอบ ให้แฮ
    ฤๅอาจยังมันให้ เกิดแย้มยินดี ฯ


    ก * : ด ๒๒๑ : ว *
    ๏ ได้สินทรัพย์เพื่อค้า ขนหงส์
    เลี้ยงชีพช้ายืนยง อยู่แล้ว
    ภายหลังโลภไป่ตรง ใจต่อ
    ถอนทั่วตัวหงส์แคล้ว คลาดสิ้นเสื่อมทอง ฯ


    ก * : ด ๒๒๒ : ว *
    ๏ แม่น้ำคุ้งคดเคี้ยว ควรจร
    เหล็กคดทำเคียวรอน ไร่เข้า
    ไม้กระทดกระทำทอน ทุกที่ กงนา
    คนคดดั่งคูถเหน้า บ่ต้องการงาน ฯ


    ก * : ด ๒๒๓ : ว *
    ๏ ปราชญ์ใดเรืองรู้ยิ่ง วิทยา
    กล่าวมธุรสธรรมา ห่อนพลั้ง
    น้ำจิตอสัตยา ยลยาก
    คือดั่งดวงแก้วตั้ง แต่งไว้เรือนโจร ฯ


    ก * : ด ๒๒๔ : ว *
    ๏ ไป่ถามปราชญ์บ่พร้อง พาที
    เปรียบดั่งเภรีตี จึ่งครื้น
    คนพาลพวกอวดดี จักกล่าว
    ถามบ่ถามมันฟื้น เฟื่องถ้อยเกินถาม ฯ


    ก * : ด ๒๒๕ : ว *
    ๏ ร่วมรักนักปราชญ์เชื้อ ชาตรี
    เราผิดชอบชั่วดี ท่านแจ้ง
    เอาเยี่ยงอย่างอย่ามี จิตโกรธ
    ปรากฏกลท่านแกล้ง แนะให้ขุมทอง ฯ


    ก * : ด ๒๒๖ : ว *
    ๏ น้ำบ่มีจิตรู้ ไหลจร
    ไม้คดเขาทำศร ซื้อได้
    บัณฑิตทราบสุนทร โอวาท
    สอนสั่งอาตมะให้ อ่อนด้วยใจเอง ฯ


    ก * : ด ๒๒๗ : ว *
    ๏ อย่าคบคนหมู่ร้าย ทรชน
    คบแต่บัณฑิตคน ปราชญ์แปล้
    วันคืนรวดเร็วดล บุญเร่ง ทำนา
    เห็นอนิจนั้นแล้ ล่วงพ้นสงสาร ฯ


    ก * : ด ๒๒๘ : ว *
    ๏ พึงอวยโอวาทไว้ ในตน ก่อนนา
    จึงสั่งสอนสาธุชน ทั่วหล้า
    แต่แรกเร่งผจญ จิตอาต- มาแฮ
    สัตว์อื่นหมื่นแสนอ้า อาจแท้ทรมาน ฯ


    ก * : ด ๒๒๙ : ว *
    ๏ ช่างหม้อตีหม้อใช่ ตีฉาน แตกนา
    ดีแต่งเอางามงาน ชอบใช้
    ดุจศิษย์กับอาจารย์ ตีสั่ง สอนแฮ
    ตีใช่ตีจักให้ สู่ห้องอบาย ฯ


    ก * : ด ๒๓๐ : ว *
    ๏ คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา
    คุณบิดรดุจอา- กาศกว้าง
    คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ
    คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร ฯ


    ก * : ด ๒๓๑ : ว *
    ๏ เมื่อร้อนน้ำท่านให้ เย็นใจ
    เมื่อเยือกเย็นได้ไฟ อุ่นเนื้อ
    เมื่อทุกข์ท่านแก้ไข ชูช่วย
    เมื่อยากจนท่านเกื้อ ก่อให้ทุนทำ ฯ


    ก * : ด ๒๓๒ : ว *
    ๏ เย็นเงาพฤกษ์มิ่งไม้ สุขสบาย
    เย็นญาติทุกข์สำราย กว่าไม้
    เย็นครูยิ่งพันฉาย กษัตริย์ยิ่ง ครูนา
    เย็นร่มพระเจ้าให้ ร่มฟ้าดินบน ฯ


    ก * : ด ๒๓๓ : ว *
    ๏ ทองกวาวหงอนไก่เส้ง สดสี
    งามแต่กลิ่นฤๅมี หนึ่งน้อย
    นักเรียนบอกบาลี ลบหลู่ ธรรมนา
    งามผาดผลเท่าก้อย- กอบนั้นฤๅมี ฯ


    ก * : ด ๒๓๔ : ว *
    ๏ หอมกลิ่นดอกไม้ที่ นับถือ
    หอมแต่ตามลมฤๅ กลับย้อน
    หอมแห่งกลิ่นกล่าวคือ ศีลสัตย์ นี้นา
    หอมสุดหอมสะท้อน ทั่วใกล้ไกลถึง ฯ


    ก * : ด ๒๓๕ : ว *
    ๏ ทำบุญบุญแต่งให้ เห็นผล
    คือดั่งเงาตามตน ติดแท้
    ผู้ทำสิ่งอกุศล กรรมติด ตามนา
    ดุจจักรเกวียนเวียนแล้ ไล่ต้อนตีนโต ฯ


    ก * : ด ๒๓๖ : ว *
    ๏ ใจบุญบุญนักรู้ เร็วทำ
    ใจบาปทำบาปกรรม ง่ายแท้
    ใจบุญก่อบาปลำ- บากยาก จิตนา
    ใจบาปทำบุญแล้ ยิ่งนั้นแสนทวี ฯ


    ก * : ด ๒๓๗ : ว *
    ๏ ใจเบาใจห้ามยาก ใจฉันท์
    ใจเกิดเวราฉกรรจ์ กาจแท้
    ใจใดคิดผ่อนผัน ชอบใส่ ตัวนา
    ใจดั่งนี้ยิ่งแล้ เลิศให้สุขเกษม ฯ


    ก * : ด ๒๓๘ : ว *
    ๏ ศาสตร์ใดจักล้ำเท่า ธรรมาน
    ทรัพย์สิ่งใดไกรทาน ที่ให้
    รักใดจักปูนปาน รักสัจ ศีลนา
    สุขสิ่งใดจักได้ สุขเพี้ยงนฤพาน ฯ


    ก * : ด ๒๓๙ : ว *
    ๏ พ้นเย็นพ้นเดือดร้อน โรคา
    พ้นจากทุกขเวทนา โศกเศร้า
    พ้นตายแก่เกิดมา ในโลก
    สุขดั่งนี้พระเจ้า ว่าเนื้อนฤพาน ฯ


    ก * : ด ๒๔๐ : ว *
    ๏ มูลบาปคือโลภล้น แสวงหา
    สรรพรสเป็นมูลพา พยาธิไซร้
    มูลทุกข์เกิดเพราะรา- คะเกลศ
    มูลนิพพานนั้นได้ เพราะด้วยสัจจา ฯ


    ก * : ด ๒๔๑ : ว *
    ๏ น่านน้ำฤๅห่อนกล้ำ กลืนชล เองแฮ
    พฤกษชาติห่อนหวงผล เสพส้อง
    จอมเมฆไป่หวงฝน ภักษ์เสพ เสียนา
    ปราชญ์ห่อนหวงทรัพย์ป้อง เปิดให้เป็นทาน ฯ


    ก * : ด ๒๔๒ : ว *
    ๏ อุบลอุบัติเบื้อง เปือกตม
    แก้วเกิดแต่ผานิยม ชอบใช้
    ช้างเผือกเกิดในพนม ไพรพฤกษ์
    ปราชญ์ประยูรยากไร้ ทั่วหน้านับถือ ฯ


    ก * : ด ๒๔๓ : ว *
    ๏ รู้ดีดุรงค์ด้วย รณแรง รวดแฮ
    รู้ว่าโคงานแขง เมื่อใช้
    โคนมเกษียรแสดง ดีเมื่อ รูดนา
    รู้ว่าปราชญ์เปรื่องไซร้ เมื่อถ้อยคำแถลง ฯ


    ก * : ด ๒๔๔ (๒๔๕) : ว *
    ๏ นกแสกสกุณโทษเค้า กู่กา
    ทิ้งทูดอูฐอีกลา ล่อร้อง
    เสียงประทุษฐภาษา หีนโหด
    ฟังบ่เพราะหูพร้อง ดุจถ้อยทรชน ฯ


    ก * : ด ๒๔๕ (๒๔๔) : ว *
    ๏ แขกเต้าดุเหว่าแก้ว โกญจา
    หงส์วิหคมยุรา ร่ำร้อง
    เฉกนรชาติวาจา เอมโอช
    ฟังเสนาะเพราะพร้อง มฤธุถ้อยวาที ฯ


    ก * : ด ๒๔๖ : ว *
    ๏ สกุณกากระเหว่าไซร้ เหมือนกัน
    ไข่ต่อไข่สำคัญ เท่าแท้
    ออกลูกจึ่งแปรผัน ตามเพศ
    กากระเหว่านั้นแล้ ทั่วผู้เล็งเห็น ฯ


    ก * : ด ๒๔๗ : ว *
    ๏ นกแร้งแรงร่อนได้ พอเพียง ปีกนา
    บินบ่สูงแข่งเคียง ครุฑได้
    แม่น้ำนทีเรียง รายทั่ว ทวีปแฮ
    ลึกเท่าลึกนั้นไซร้ สุดสู้สาคร ฯ


    ก * : ด ๒๔๘ : ว *
    ๏ ควรแสวงสี่สิ่งแท้ มณีรัตน์
    พึงจักจำเริญสวัสดิ์ แว่นแก้ว
    ความรู้มิตรเมียสัจ เข้าเปลือก มีนา
    อย่าเสียใจได้แล้ว เท่านี้ฤๅแคลน ฯ


    ก * : ด ๒๔๙ : ว *
    ๏ วิชาควรรักรู้ ฤๅขาด
    อย่าหมิ่นศิลปศาสตร์ ว่าน้อย
    รู้จริงสิ่งเดียวอาจ มีมั่ง
    เลี้ยงชีพช้าอยู่ร้อย ชั่วลื้อหลานเหลน ฯ


    ก * : ด ๒๕๐ : ว *
    ๏ พายเถิดพ่ออย่ารั้ง รอพาย
    จวนตะวันจักสาย ส่องฟ้า
    ของสดสิ่งควรขาย จักขาด ค่าแฮ
    ตรหลาดเลิกแล้วอ้า บ่นอื้นเอาใคร ฯ


    ก * : ด ๒๕๑ : ว *
    ๏ เรียนศิลป์แสวงทรัพย์ด้อม เดินไศล
    สามสิ่งอย่าเร็วไว ชอบช้า
    เสพกามหนึ่งคือใจ มักโกรธ
    สองประการนี้ถ้า ผ่อนน้อยเป็นคุณ ฯ


    ก * : ด ๒๕๒ : ว *
    ๏ มักได้ให้คิดได้ สองสถาน
    ได้ชั่วนี้ได้กาล ชั่วหน้า
    ให้ได้สะดวกดาล โดยชอบ
    ได้ดั่งนี้เอกอ้า อิ่มน้ำใจตน ฯ


    ก * : ด ๒๕๓ : ว *
    ๏ ทรัพย์มีสี่ส่วนไซร้ ปูนปัน
    ภาคหนึ่งพึงเกียดกัน เก็บไว้
    สองส่วนเบ็ดเสร็จสรรพ์ การกิจ ใช้นา
    ยังอีกส่วนควรให้ จ่ายเลี้ยงตัวตน ฯ


    ก * : ด ๒๕๔ : ว *
    ๏ เยาวรูปเหน้าหนุ่มเนื้อ ในวงศ์ ตระกูลแฮ
    แม้นราศวิทยาทรง เสื่อมเศร้า
    ทองกวาวดอกดาษดง แดงป่า
    เสียกลิ่นรินรสเร้า ดั่งนี้ใครชม ฯ


    ก * : ด ๒๕๕ (๔๓๔) : ว *
    ๏ มักคร้านฤๅรอบรู้ วิทยา
    ศิลปศาสตร์เสื่อมสินหา ไป่ได้
    ไร้ทรัพย์อับผู้มา เป็นเพื่อน
    เว้นจากมิตรนั้นไซร้ สุขร้างแรมโรย ฯ


    ก * : ด ๒๕๖ : ว *
    ๏ คุ้นเคยคนคบค้า มานาน
    คดแต่เข้าแกงจาน ส่งให้
    มีรสรสใดปาน เพราะรัก นั้นนา
    ขมขื่นกลืนคล่องได้ ยิ่งชิ้นปลาดี ฯ


    ก * : ด ๒๕๗ : ว *
    ๏ คราวดีมีเพื่อนพ้อง พรูตาม
    ยืนนั่งไต่ตอมถาม ถี่ถ้อย
    คราวทุกข์ฉุกเฉินความ มีโทษ
    เพื่อนเล่นเจรจาน้อย หนึ่งนั้นฤๅมี ฯ


    ก * : ด ๒๕๘ : ว *
    ๏ คนใดเดิมแม้นว่า เวรกับ ตนนา
    หลายคาบแค้นเคี่ยวขับ คิดร้าย
    ภายหลังมาตรมันกลับ เป็นมิตร ก็ดี
    จงประหยัดอย่าหง้าย ค่ำเช้าคอยเชิง ฯ


    ก * : ด ๒๕๙ : ว *
    ๏ น้ำเหม็นมล้างสิ่งเหน้า ไฉนหยุด
    มล้างอุทกบริสุทธิ์ เสื่อมร้าย
    คนเวรต่อเวรประทุษฐ์ ทวีโทษ
    เอาอเวรระงับหง้าย อาจสิ้นศูนย์เวร ฯ


    ก * : ด ๒๖๐ : ว *
    ๏ ซ่อนเงื่อนงำน้ำขุน ขังใน
    ภายนอกทำแจ่มใส สดหน้า
    ดุจหินบ่เห็นไฟ ฝังอยู่
    ต่อประหารจึ่งจ้า จับไหม้เป็นจุณ ฯ


    ก * : ด ๒๖๑ : ว *
    ๏ จักทำโทษแก่ผู้ ผิดฉกรรจ์
    ใจจุ่งเมตตามัน มากไว้
    ให้คิดจิตสำคัญ เขาโหด
    ความคิดน้อยจึ่งได้ อยู่เงื้อมมือตน ฯ


    ก * : ด ๒๖๒ : ว *
    ๏ ตัดต้นก่นรากแล้ว ปลูกแปลง
    หนามหั่นห่อนไว้แขนง หน่อเนื้อ
    เพลิงพิษนิดหนึ่งแรง เรืองโรจน์
    ดับแต่ดุ้นไว้เชื้อ นิ่งช้าเพลิงโพลง ฯ


    ก * : ด ๒๖๓ : ว *
    ๏ ขว้างพิษบ่คว่างพ้น พันแขน ตนนา
    ไปสบพบรังแตน แหย่เย้า
    ร่ายมนตร์ปลุกเสือแสน องอาจ
    ไม้ซั่นรันสิ่งเหน้า แน่ต้องตนเอง ฯ


    ก * : ด ๒๖๔ : ว *
    ๏ ลูกเมียเหมือนผ้าโอ่ อัตรา
    ขาดฉีกชั่วแล้วหา ใหม่ได้
    พี่น้องเฉกเช่นขา แขนติด ตนแฮ
    ขาดประจาคจักให้ ต่อเข้าฤๅคืน ฯ


    ก * : ด ๒๖๕ : ว *
    ๏ มีบุตรบ่ได้ดั่ง ตีนมือ
    คุณแห่งไม้เท้าถือ เลิศแท้
    ทางเมื้อเผื่อพบคือ สิงห์สัตว์ ก็ดี
    ไม้ประเสริฐเลิศแล้ อาจคุ้มกันภัย ฯ


    ก * : ด ๒๖๖ : ว *
    ๏ ธรรมดาผลม่วงไม้ ตระการ
    เมื่ออ่อนรสเผือดพาน ยากเคี้ยว
    ครั้นสุกรสสวายหวาน เอมโอช
    หมากม่วงนั้นฤๅเปรี้ยว เปรียบด้วยหมากขาม ฯ


    ก * : ด ๒๖๗ : ว *
    ๏ บุรุษสุดไร้รัก เมียงาม ชอบฤๅ
    ไร้เพื่อนไปไกลคาม เขตบ้าน
    มือเปล่าสู่สงคราม ยงยุทธ ไฉนนา
    รู้ไป่ทันแก่ก้าน กล่าวถ้อยกลางสนาม ฯ


    ก * : ด ๒๖๘ : ว *
    ๏ โยธาทิ้งศาสตร์สู้ สงคราม ชอบฤๅ
    ปราชญ์มละคัมภีร์ความ อย่าพร้อง
    เดินหนเพื่อนบ่ตาม อย่าไต่ ทางแฮ
    พาณิชเสียพวกพ้อง ต่างด้าวเดินไฉน ฯ


    ก * : ด ๒๖๙ : ว *
    ๏ รักเจ้าจงรักให้ เป็นยุติ- ธรรมนา
    ท่านเคียดอย่าควรประทุษฐ์ เท่าเผ้า
    จงมีภักดีดุจ โสนัข นั้นนา
    มันบ่จืดจากเจ้า จิตนั้นคงตรง ฯ


    ก * : ด ๒๗๐ : ว *
    ๏ อาสาเจ้าต่อต้าน ตัวตาย
    ขันรับอาสานาย หย่อนนั้น
    อาสาศึกแม่ยาย อย่าย่อ ท้อนา
    สามสิ่งแท้ถือหมั้น ชั่วฟ้าดินชม ฯ


    ก * : ด ๒๗๑ : ว *
    ๏ อาสาศึกสู้ไป่ เสร็จงาน
    คนจักตายเอาอาน ปิดไว้
    จึงนับว่าเป็นทหาร หายาก
    ฉลองพระคุณเจ้าให้ ท่านเลี้ยงบำรุง ฯ


    ก * : ด ๒๗๒ : ว *
    ๏ เจ้านายใช้ชุบเลี้ยง คนขาม
    สินทรัพย์เมียมิ่งงาม ง่ายได้
    บ่าวไพร่พรั่งพรูตาม ไหลหลั่ง มานา
    สมบัติบุญส่งให้ แปลกหน้าตาเดิม ฯ


    ก * : ด ๒๗๓ : ว *
    ๏ หมั่นลอดสอดสืบถ้อย เวรี
    ไป่ชอบท่าทำดี นิ่งไว้
    คาบใดชอบเชิงที หาญหัก
    ต่อยดั่งต่อยหม้อให้ แตกด้วยศิลา ฯ


    ก * : ด ๒๗๔ : ว *
    ๏ ยศศักดิ์จักเกิดด้วย บุญทำ
    ภัยเกิดเพื่อผลกรรม ก่อนให้
    ติเตียนแลจองจำ กรรมก่อน เองนา
    ใครจักเว้นแวะได้ ทั่วท้องโลกา ฯ


    ก * : ด ๒๗๕ : ว *
    ๏ กฤตยามนตร์เคราะห์ให้ เห็นผล
    ทำสิ่งใดลุดล สิ่งนั้น
    ครั้นบุญแห่งบุคคล จักถ่อย แล้วนา
    มนตร์กฤตยานั้นซั้น เสื่อมสิ้นทุกวัน ฯ


    ก * : ด ๒๗๖ : ว *
    ๏ เชื้อไพร่บุญปลูกขึ้น เป็นนาย
    พาลบุตรรู้มลักหลาย เลิศผู้
    โหดไร้พร่ำขวนขวาย ทรัพย์มั่ง มีแฮ
    สามเหล่านี้พึงรู้ อย่าได้ดูเบา ฯ


    ก * : ด ๒๗๗ : ว *
    ๏ ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร
    มารยาทส่อสันดาน ชาติเชื้อ
    โฉดฉลาดเพราะคำขาน ควรทราบ
    หย่อมญ่าเหี่ยวแร้งเรื้อ บอกร้ายแสลงดิน ฯ


    ก * : ด ๒๗๘ : ว *
    ๏ ทรัพย์มากหากถ่อยแท้ วาจา
    ชนไป่ชอบหูตา ติดต้อง
    น้อยทรัพย์อับยศถา ทรามรูป
    แต่เพราะถ้อยคำพร้อง เพริศสิ้นทั้งมวล ฯ


    ก * : ด ๒๗๙ : ว *
    ๏ มีสินทรัพย์น้อยหลั่ง ไหลริน
    คือบ่อน้อยนรกิน อาบได้
    ทรัพย์มากหมู่ทมิฬ มีมั่ง ก็ดี
    คือสมุทรฤๅให้ ท่วยอ้างอาศัย ฯ


    ก * : ด ๒๘๐ : ว *
    ๏ แม้โฉมเฉิดเฉกให้ เทพา
    อีกอิสริยยศถา กอปรด้วย
    บุรุษถ่อยทุษฐวา- จาพากย์
    นับว่าผู้นั้นม้วย หมดสิ้นสิ่งงาม ฯ


    ก * : ด ๒๘๑ : ว *
    ๏ แม้ตนตัวเล็กเพี้ยง ผุยผง
    ไกลนับโยชน์ดอนดง อยู่นั้น
    คั่งคับทรัพย์สินพงศ์ พันธุ์ถ่อย ก็ดี
    สุดขอบฟ้าเขียวขั้น ทั่วแท้เล็งเห็น ฯ


    ก * : ด ๒๘๒ : ว *
    ๏ แม้ตนโตเติบเพี้ยง เขาเขิน
    สูงเจ็ดลำตาลเกิน กึ่งฟ้า
    ไร้ทรัพย์ดับเผอิญ แลเล็ก ลงแฮ
    ดั่งปลวกเตี้ยต่ำช้า ชวดผู้เล็งเห็น ฯ


    ก * : ด ๒๘๓ : ว *
    ๏ ตนน้อยแลใฝ่ให้ เกินศักดิ์
    ว่าตระกูลใหญ่นัก แทบไท้
    คือแมลงเม่ามันมัก บินวู่- วามนา
    โถมถาบฉาบเพลิงไหม้ มอดม้วยตัวเอง ฯ


    ก * : ด ๒๘๔ : ว *
    ๏ : ด ักขลาแล้วไป่ขึ้น คอยขลา
    เบ็ดบ่เกี่ยวเหยื่อรา ล่อไว้
    ไปสอดสบเสือมา หมายก่ง ได้ฤๅ
    ปลาต่อผุดโพล่งใกล้ เกี่ยวทิ้งฤๅทัน ฯ


    ก * : ด ๒๘๕ : ว *
    ๏ อย่าเอื้อมเด็ดดอกฟ้า มาถนอม
    สูงสุดมือมักตรอม อกไข้
    เด็ดแต่ดอกพยอม ยามยาก ชมนา
    สูงก็สอยด้วยไม้ อาจเอื้อมเอาถึง ฯ


    ก * : ด ๒๘๖ : ว *
    ๏ เจียมใดจักเท่าด้วย เจียมตัว
    รู้เท่าท่านทำกลัว ซ่อนไว้
    อย่ามึนมืดเมามัว โมหะ
    สูงนักมักเหมือนไม้ หักด้วยลมแรง ฯ


    ก * : ด ๒๘๗ : ว *
    ๏ ถึงจนทนสู้กัด กินเกลือ
    อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ พวกพ้อง
    อดอยากเยี่ยงอย่างเสือ สงวนศักดิ์
    โซก็เสาะใส่ท้อง จับเนื้อกินเอง ฯ


    ก * : ด ๒๘๘ : ว *
    ๏ ไกรสรแสบท้องแทบ เสียชี วิตแฮ
    บ่ภักษ์ผลไม้มี ป่ากว้าง
    ไกรสรซูบอินทรีย์ สมเพช ก็ดี
    บ่ภักษ์รสเนื้อช้าง ดั่งนี้ธรรมดา ฯ


    ก * : ด ๒๘๙ : ว *
    ๏ ใบบัวฝนตกน้ำ ขาดขัง
    ลูกข่างวางบนหลัง มิ่งม้า
    เสาหลักปักอยู่ยัง กองแกลบ นาพ่อ
    คนบ่แม่นถ้อยอ้า พูดแล้วโอนเอน ฯ


    ก * : ด ๒๙๐ : ว *
    ๏ กล่าวภัยในน้ำแก่ มังกร
    แสดงพิลึกดงดอน อวดช้าง
    เอาพร้าวใส่เรือคอน ขายพวก สวนแฮ
    ยกศัพท์แปลอรรถอ้าง อวดผู้เพียรเรียน ฯ


    ก * : ด ๒๙๑ : ว *
    ๏ เอาน้ำขู่จระเข้ ขันเหลือ
    เอาป่าไปข่มเสือ ขู่คู้
    เอาหมากแล่นลงเรือ ไปจ่าย สวนแฮ
    เอากาพย์โคลงกระทู้ เที่ยวอ้างอวดกระวี ฯ


    ก * : ด ๒๙๒ : ว *
    ๏ กล่าวจริงบ่พริ้งเพราะ โสดสดับ
    เอาเท็จปนคนนับ เนตรหน้า
    ไม้เหลี่ยมเยี่ยงอย่างกลับ ตัวยาก
    กลมกล่อมสิบอ้อมอ้า อาจกลิ้งพลันทัน ฯ


    ก * : ด ๒๙๓ : ว *
    ๏ ท่ามกลางกล่าวถ้อยแต่ พอควร
    เห็นท่านสรวลอย่าสรวล ตอบเต้า
    ใช้คำแต่น้ำนวล นฤโทษ
    เห็นท่านเศร้าทำเศร้า โศกหน้าตาตาม ฯ


    ก * : ด ๒๙๔ : ว *
    ๏ เล่าเดื่อมีดอกให้ พึงฟัง
    เล่าว่ากาขาวยัง เชื่อได้
    ริ้นเทียมเท่าเขาหวัง ฟังเถิด นะพ่อ
    เล่าว่าหญิงจริงไซร้ อย่าได้ควรฟัง ฯ


    ก * : ด ๒๙๕ : ว *
    ๏ อย่าขุดขอดท่านด้วย วาจา
    อย่าถากท่านด้วยตา ติค้อน
    ฟังคำกล่าวมฤษา โสตหนึ่ง นะพ่อ
    หยิบบ่ศัพท์กลับย้อน โทษให้กับตน ฯ


    ก * : ด ๒๙๖ : ว *
    ๏ อย่าชักน้ำน่านเข้า คลองคู
    อย่าแนะเศิกศัตรู สู่เหย้า
    ไฟในอย่าเชิดชู นำออก
    ไฟนอกอย่านำเข้า หม่นไหม้มัวหมอง ฯ


    ก * : ด ๒๙๗ : ว *
    ๏ โลภทรัพย์ครองห่อนได้ โดยถวิล
    คนมักมังสากิน บาปสู้
    มักเมาเล่าฤๅยิน- ดีสัจ ศีลนา
    คนมักมากเล่นชู้ ห่อนรู้กลัวอาย ฯ


    ก * : ด ๒๙๘ : ว *
    ๏ เกิดตระกูลมูนมากทั้ง เงินทอง
    ทรัพย์ท่านนึกตรึกปอง ใคร่ได้
    ทรัพย์ตนไป่ครอบครอง แจกจ่าย เสียแฮ
    จักฉิบหายวายไร้ เร่งไร้เร็วพลัน ฯ


    ก * : ด ๒๙๙ : ว *
    ๏ ขันขนขุยฆ่าไม้ หนามมี
    คิดพ่างผลกทลี ฆ่ากล้วย
    ลูกม้าฆ่าชนนี ลาเกิด ตนนา
    ลาภฆ่าคนโลภม้วย ดุจไม้มีหนาม ฯ


    ก * : ด ๓๐๐ : ว *
    ๏ เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อ มังสา
    นายหนึ่งเลี้ยงพยัคฆา ไป่อ้วน
    สองสามสี่นายมา กำกับ กันแฮ
    บังทรัพย์สี่ส่วนถ้วน บาทสิ้นเสือตาย ฯ


    โคลงโลกนิติ ฉบับศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
    ราชวรมหาวิหาร บทที่ ๓๐๑ – บทที่ ๔๐๐


    ก * : ด ๓๐๑ : ว *
    ๏ กาน้ำดำดิ่งด้น เอาปลา
    กาบกคิดใคร่หา เสพบ้าง
    ลองดำส่ำมัจฉา ชลชาติ
    สวะปะคอค้าง ครึ่งน้ำจำตาย ฯ


    ก * : ด ๓๐๒ : ว *
    ๏ หยกหยกนกได้ไม่ พอแกง
    กินบ่เกิดเป็นแรง เรี่ยวได้
    หง่อยหง่อยค่อยจัดแจง ตามติด ไปนา
    พร้าเหน็บเก็บได้ใช้ เชือดชิ้นกินพอ ฯ


    ก * : ด ๓๐๓ : ว *
    ๏ คนมีมักเหี่ยวแห้ง หวงแหน
    กินอยู่สู้ขาดแคลน พร่องท้อง
    คนกากยากไร้แกน โกยกอบ กินแฮ
    เป็นวิบัติขัดข้อง คิดแล้วหลากเหลือ ฯ


    ก * : ด ๓๐๔ : ว *
    ๏ ไม้ตรงคดชอบใช้ โดยปอง
    เศษเล็กเลื่อยเขียงรอง ตั่งได้
    โดยต่ำแต่สะเก็ดกอง สุมใส่ เพลิงแฮ
    กายบ่ต้องการใช้ ชั่วแท้ถมดิน ฯ


    ก * : ด ๓๐๕ : ว *
    ๏ รูปชายหญิงทั่วท้อง ธาตรี
    เป็นภักษ์แก่เดือนปี สุดสิ้น
    อัฐิถมทั่วปถพี รายเรี่ย
    ประเทศเท่าปีกริ้น ร่างพ้นฤๅมี ฯ


    ก * : ด ๓๐๖ : ว *
    ๏ เวฬุลัดหน่อขึ้น ลำหลาย
    สาหัสตัดแทงปลาย หน่อน้อย
    ลำใหญ่รุ่นรอนราย ฤๅว่าง เว้นแฮ
    ดั่งแก่หนุ่มเด็กจ้อย จักพ้นตายไฉน ฯ


    ก * : ด ๓๐๗ : ว *
    ๏ โคควายวายชีพได้ เขาหนัง
    เป็นสิ่งเป็นอันยัง อยู่ไซร้
    คนเด็ดดับสูญสัง- ขารร่าง
    เป็นชื่อเป็นเสียงได้ แต่ร้ายกับดี ฯ


    ก * : ด ๓๐๘ : ว *
    ๏ ร่างกายมนุษย์นี้ไป่ เป็นการ
    คำกล่าวเป็นแก่นสาร เลิศแล้ว
    เลื่องฦๅชื่อเชิดนาน ดีชั่ว
    โอ้ร่างตายแล้วแคล้ว คลาดสิ้นเสร็จศูนย์ ฯ


    ก * : ด ๓๐๙ : ว *
    ๏ ฝนแล้งรุกขชาติเศร้า โศกสลด
    ฝนชุ่มเชยใบสด สร่างเศร้า
    ไม้ล้มเพื่อลมกรด ตรงฟัด
    ตายแต่ยังหนุ่มเหน้า แน่แท้กรรมหลัง ฯ


    ก * : ด ๓๑๐ : ว *
    ๏ พฤกษ์ใดสล้างลูก เหลือหลาย
    ฝูงวิหคกลุ้มกราย แกล่ใกล้
    ยามผลหล่นกระจาย กำจัด
    นกบ่มาจับไม้ ที่ต้นสักตัว ฯ


    ก * : ด ๓๑๑ : ว *
    ๏ นกเพลินพึ่งพุ่มไม้ ใบบัง
    ปลาย่อมยินดียัง น่านกว้าง
    จระเข้คิดแสวงวัง เย็นชื่น
    น้ำจิตคนบ่ร้าง ร่มเกล้าโพธิ์ทอง ฯ


    ก * : ด ๓๑๒ : ว *
    ๏ หนูครวญใคร่พ้นจั่น จำไกล
    นกก็เหนื่อยหน่ายใจ จากแร้ว
    มัจฉาชาติกลัวภัย เพียรหน่าย แหแฮ
    คนผิดคิดใคร่แคล้ว คลาดพ้นเขาขัง ฯ


    ก * : ด ๓๑๓ : ว *
    ๏ พฤกษ์ผลต้นดกเบื้อง ปลายวาย
    อ้อยกัดต้นสืบปลาย สุดพ้น
    การกิจคิดสบาย ภายภาค หน้านา
    ดั่งกัดปลายสืบต้น รสอ้อยเอมใจ ฯ


    ก * : ด ๓๑๔ : ว *
    ๏ ป่าป่งดงไซร้ใคร่ ยินดี
    บ้านถิ่นทิ้งทอดหนี เริดร้าง
    สัตว์ไพร่ใคร่เปรมปรีด์ นคเรศ
    เป็นพิกลยลอ้าง ดั่งนี้ดูฉงน ฯ


    ก * : ด ๓๑๕ : ว *
    ๏ มีศิลปศาสตร์รู้ ใดใด ก็ดี
    บุญบ่ทำไว้ใน ชาติกี้
    ได้สมสิ่งพึงใจ จักเสพ
    สมบัติย่อมหลีกลี้ เพิ่มผู้มีบุญ ฯ


    ก * : ด ๓๑๖ : ว *
    ๏ : ด วงเดือนดาวบ่ห้อม เห็นงาม ฤๅพ่อ
    หงส์บ่มีหมู่ตาม แวดล้อม
    สาครขาดคลื่นทราม โสภาคย์
    ราชจากขุนหอกห้อม แห่แล้วฤๅงาม ฯ


    ก * : ด ๓๑๗ : ว *
    ๏ ฤๅษีโสภาคย์ด้วย ซูบทรง
    สัตว์สี่เท้างามยง ใหญ่อ้วน
    บุรุษรอบรู้คง งามเพื่อ รู้แฮ
    หญิงจักงามล้นล้วน เลิศด้วยสามี ฯ


    ก * : ด ๓๑๘ : ว *
    ๏ สูงสารสี่เท้าย่าง เหยียบยัน
    บางคาบเชี่ยวไปพลัน พลวกพลั้ง
    นักรู้ร่ำเรียนธรรม์ ถึงมาก ก็ดี
    กล่าวดั่งน้ำผลั้งผลั้ง พลาดถ้อยทางความ ฯ


    ก * : ด ๓๑๙ : ว *
    ๏ เรือนเหย้าตนอยู่นั้น อย่าหมอง
    เรือนชะตาแผ่นทอง วาดไว้
    เรือนผมอย่ายุ่งหยอง หวีหย่ง ไว้นา
    สามประการนี้ให้ หมั่นสู้สงวนงาม ฯ


    ก * : ด ๓๒๐ : ว *
    ๏ ฆ่าควายหมายแล่ล้ม ตัวแพง
    กลัวแต่เสียเครื่องแกง ห่อนได้
    เฉกเช่นจักจัดแจง การใหญ่ เหย้าแฮ
    เกรงแต่มักหมดไม้ ห่อนได้เรือนงาม ฯ


    ก * : ด ๓๒๑ : ว *
    ๏ ไปเรือนท่านไซร้อย่า เนานาน
    พูดแต่พอควรการ กลับเหย้า
    ริร่ำเรียนการงาน เรือนอาต- มานา
    ยากเท่ายากอย่าเศร้า เสื่อมสิ้นความเพียร ฯ


    ก * : ด ๓๒๒ : ว *
    ๏ สิกขาบทยิ่งล้ำ คัมภีร์
    เป็นพิษแก่อลัชชี โฉดแท้
    คุณธรรม์สิ่งสรรพ์ดี ในโลก
    เป็นพิษแก่พาลแล้ ห่อนได้สดับจำ ฯ


    ก * : ด ๓๒๓ : ว *
    ๏ เชียรโรคเป็นพิษด้วย อาหาร
    หญิงดรุณอันธพาล หนุ่มเหน้า
    เป็นพิษแก่พฤฒิการ บุรุษ
    ฤๅกล่อมกลมกันเข้า ดุจน้ำกับเปรียง ฯ


    ก * : ด ๓๒๔ : ว *
    ๏ อาหารเป็นที่ตั้ง เกิดแรง
    ปลูกพืชผักฟักแฟง พึ่งน้ำ
    แว่นกล้องส่องสำแดง อาโลก
    แม่ย่อมเป็นที่ล้ำ เลิศเลี้ยงบุตรตน ฯ


    ก * : ด ๓๒๕ : ว *
    ๏ อาหารเยียหยิบให้ กากิน ก่อนนา
    ดีบ่ดีดาลถวิล ลอบรู้
    ครั้งแผ่นภพภูมินทร์ ยินโศลก สารนา
    แบ่งกึ่งเมืองให้ผู้ กล่าวเกลี้ยงบูชา ฯ


    ก * : ด ๓๒๖ : ว *
    ๏ ล่อปลาเหยื่อชอบน้ำ- ใจปลา
    ล่อท่วยโรคด้วยยา ยื่นให้
    ล่อคชพวกพังพา เดินปก ไปแฮ
    ล่อชาติเชื้อไพร่ได้ แต่ด้วยของกิน ฯ


    ก * : ด ๓๒๗ : ว *
    ๏ มีม้าบ่ขี้ให้ อาจิณ พยศแฮ
    ปืนไป่ยิงมลทิน ท่วมกล้อง
    ข้าไทบ่ใช้ชิน มันมัก หน่ายนา
    เมียไม่หมั่นร่วมห้อง มักร้ายราคี ฯ


    ก * : ด ๓๒๘ : ว *
    ๏ มีเรือรั่ววิดน้ำ ฤๅวาย
    มีเจ่งตาบอดพลาย ก่อมก้อ
    มีโคกระบือควาย ปละเปลี่ยว
    มีแต่เกวียนขาดล้อ ลากใช้ปางใด ฯ


    ก * : ด ๓๒๙ : ว *
    ๏ สารซับมันร้ายขี่ ขาดขอ
    โคกระบือขาดปอ ป่านร้อย
    เรือค้าขาดสมอ จักทอด ไฉนนา
    ข้าทาสขาดนายน้อย- หนึ่งปล้อนไปมา ฯ


    ก * : ด ๓๓๐ : ว *
    ๏ แคะไค้ไปแค่นค้น ตีนงู
    แขวะควักดีที่หนู ยากได้
    ริและแกะก้ามปู หาเลือด
    แสวงสัตย์ยามยุทธ์ไซร้ สี่นี้สุดแสวง ฯ


    ก * : ด ๓๓๑ : ว *
    ๏ จักเจียนจอมปลวกเตี้ย เติมภู- เขาแฮ
    ดีแต่แล่เนื้อหนู เพิ่มช้าง
    เบียนเบียดเจียดพิษงู เพิ่มพิษ นาคนา
    อุตริรองน้ำค้าง ใสซ้ำสาคร ฯ


    ก * : ด ๓๓๒ : ว *
    ๏ จนไก่ใช้เป็ดแข้น ขันขาน
    นอกรีตมีดแทนขวาน ถากไม้
    เคี้ยวอ้อต่างอ้อยหวาน เป็นรส ฤๅพ่อ
    ขาดขัดดอกไม้ใช้ ดอกหญ้ายามจน ฯ


    ก * : ด ๓๓๓ : ว *
    ๏ น้ำอ้อยหรือจักป้อง ปากมด
    เกลียงอ่อนห่อนโคลด ละไว้
    นารีรูปช้อยชด แซะเฉียด ชายนา
    ใครจะนิ่งดูได้ ห่อนเว้น ตัวตน ฯ


    ก * : ด ๓๓๔ : ว *
    ๏ โคแก่กัดหญ้าอ่อน กินใบ อ่อนนา
    แม่หญิงยินดีใน หนุ่มน้อย
    ฟันหักมักพึงใจ ของอ่อน
    บุรุษอายุร้อย รักชู้เมียสาว ฯ


    ก * : ด ๓๓๕ : ว *
    ๏ นารีหรืออิ่มเล้า โลมชาย
    อรรณพนิจฤๅวาย อิ่มน้ำ
    ของทิพย์เทพห่อนหาย เอมอิ่ม
    มนุษยสมบัติล้ำ เลิศท้าวใดลืม ฯ


    ก * : ด ๓๓๖ : ว *
    ๏ เรือแพพึงขี่ข้าม คงคา
    ยาหยูกย่อมรักษา โรคไข้
    อาวุธเหตุให้ปรา- กฏแก่ ศึกแฮ
    มนตร์เวทวิเศษไซร้ ร่ายรู้ฤๅลืม ฯ


    ก * : ด ๓๓๗ : ว *
    ๏ ลำลาดดาษด้วยเหล่า บุษบง- กชแฮ
    แดนวนาดอนดง ตื่นไม้
    หญิงอยู่สงัดคง เป็นเหตุ
    สามประการกล่าวไว้ เที่ยงแท้ธรรมดา ฯ


    ก * : ด ๓๓๘ : ว *
    ๏ พราหมณ์พฤฒิเกลียดน้ำย่อม เสียกิจ
    เมืองหวั่นปัจจามิตร แกว่นแกล้ว
    ชายใดมักให้สิทธิ์ แก่แม่ เรือนนา
    สามประการนี้แคล้ว คลาดผู้สรรเสริญ ฯ


    ก * : ด ๓๓๙ : ว *
    ๏ ตื่นนอนหน้าชื่นช้อย บัวบาน
    คำกล่าวฉ่ำเฉื่อยหวาน เพราะพร้อง
    เมื่อจักสั่งการงาน ดุจโกรธ
    สามประการนี้ต้อง ที่ไท้ชุบชู ฯ


    ก * : ด ๓๔๐ : ว *
    ๏ หวั่นหวั่นว่าวอยู่ใกล้ ลมกวน
    ผมกับหวียียวน หย่งเกล้า
    วัดชีชิดบ้านชวน ชีบาป
    สามประการนี้เย้า ยั่วแท้ธรรมเนียม ฯ


    ก * : ด ๓๔๑ : ว *
    ๏ ชาวชเลฉลาดแล่นใช้ นาวา
    ชำนิชำนาญปลา ว่ายน้ำ
    ชาวดอนขี่ม้าขา เคยควบ กันแฮ
    เรือดั่งลมพัดล้ำ ไล่เนื้อทันแทง ฯ


    ก * : ด ๓๔๒ : ว *
    ๏ แผ่นดินติณชาติไว้ ฤๅมี
    มีพฤกษ์มีปักษี จับไม้
    น้ำมีหมู่ปลาลี- ลาหลีก ฤาพ่อ
    มีทาสมีเข้าให้ เพื่อด้วยแรงมัน ฯ


    ก * : ด ๓๔๓ : ว *
    ๏ ไป่ถอยทวนส่องไซร้ สุริยา
    ไป่ถดถอยเจรจา ลั่นแล้ว
    ไป่คืนอีกคืออา- ยุล่วง
    ไป่กลับคืนชีพแคล้ว รอดปิ้มปางตาย ฯ


    ก * : ด ๓๔๔ : ว *
    ๏ บางคาบภาณุมาศขึ้น ทางลง ก็มี
    บางคาบเมรุบ่ตรง อ่อนแอ้
    ไฟยมดับเย็นบง- กชงอก ผานา
    ยืนสัตย์สาธุชนแท้ ห่อนเพี้ยนสักปาง ฯ


    ก * : ด ๓๔๕ : ว *
    ๏ ยอข้ายอเมื่อแล้ว การกิจ
    ยอยกครูยอสนิท ซึ่งหน้า
    ยอญาติประยูรมิตร เมื่อลับ หลังแฮ
    คนหยิ่งแบกยศบ้า อย่ายั้งยอควร ฯ


    ก * : ด ๓๔๖ : ว *
    ๏ กลยอกันยากล้ำ เหลือใจ
    ยอค่อยหย่อยยอใคร ห่อนรู้
    ยอย่อมเกิดลาภใน ตนอาต- มานา
    ชอบเนตรชอบหน้าผู้ เพื่อรู้ยอคน ฯ


    ก * : ด ๓๔๗ : ว *
    ๏ จักเข้าหาบ้ายศ ยอตาม
    คนโลภคำนัลงาม จ่ายแท้
    คนมักนักเลงกาม การเสน่ห์ ยอนา
    เข้าสู่หมู่ปราชญ์แปล้ ชอบถ้อยทางธรรม ฯ


    ก * : ด ๓๔๘ : ว *
    ๏ คนใดใจหมั้นเล่ห์ เหล็กจาร
    จำจดสิ่งสามาญ มั่นไซร้
    อุตส่าห์พยาบาล บ่ละ ลืมนา
    จักเสร็จสมประโยชน์ได้ ที่แท้โดยเพียร ฯ


    ก * : ด ๓๔๙ : ว *
    ๏ หัวล้านไป่รู้มัก มองกระจก
    ผอมฝิ่นไป่อยากยก ถอดเสื้อ
    นมยานไป่เปิดอก ออกที่ ประชุมนา
    คนบาปไป่เอื้อเฟื้อ สดับถ้อยคำกวี ฯ


    ก * : ด ๓๕๐ : ว *
    ๏ ใครใดและอยู่เหย้า เคหฐาน
    เว้นสุภาษิตสาร สวัสดิ์ล้ำ
    เจรจาบ่เป็นการ ศูนย์เปล่า
    คือดั่งปากเว้นกล้ำ แกล่เหมี้ยงหมากพลู ฯ


    ก * : ด ๓๕๑ : ว *
    ๏ เรือนใดย่ำค่ำเช้า สนธยา
    ปราศจากไฟชวาลา มืดกลุ้ม
    เรือนนั้นดั่งมรณา นฤชีพ
    อันตรายจักหุ้ม ห่อนได้จำเริญ ฯ


    ก * : ด ๓๕๒ : ว *
    ๏ เทศใดดอยไร้รวด อรัญ
    เห็นแต่จอมปลวกอัน หนึ่งน้อย
    ดุจเมืองไม่มีธรรม์ นักปราชญ์
    ชมชื่นแต่แปลร้อย ว่ารู้สุดสูง ฯ


    ก * : ด ๓๕๓ : ว *
    ๏ เป็นคนคิดแล้วจึ่ง เจรจา
    อย่ามลนหลับตา แต่ได้
    เลือกสรรหมั่นปัญญา ตรองตรึก
    สติริรอบให้ ถูกแล้วจึงทำ ฯ


    ก * : ด ๓๕๔ : ว *
    ๏ เป็นคนควรคิดกั้ง กันภัย
    ทรัพย์มากหมั่นระไว แวดล้อม
    เคลิ้มคลับหลับลืมไหล เป็นเหตุ
    รั้วมั่นกั้นห้องห้อม ห่อแก้วเงินทอง ฯ


    ก * : ด ๓๕๕ : ว *
    ๏ น้อยทรัพย์อย่าก่อล้อ เลียนความ
    ให้นี่อย่าต่อตาม ตอบเต้า
    ผู้ใหญ่ย่อมเกรงขาม คารวะ
    รู้ประจบโลมเล้า เลือกใช้โดยควร ฯ


    ก * : ด ๓๕๖ : ว *
    ๏ เข้าเถื่อนอย่าหมิ่นพร้า มีไป
    เข้าศึกอย่านอนใจ เฉื่อยช้า
    อาวุธอย่าวางไกล ขุกค่ำ คืนแฮ
    นอนแต่ยามหนึ่งอ้า อาจป้องภัยพาล ฯ


    ก * : ด ๓๕๗ : ว *
    ๏ : ด ำชลเชือกยุดหมั้น อย่าคลาย
    คุณพระมั่นไม่ตาย ต่อสู้
    ลูกขุนมั่นกฎหมาย เป็นแบบ
    สินทรัพย์ให้ท่านกู้ ยึดหมั้นเป็นกรม ฯ


    ก * : ด ๓๕๘ : ว *
    ๏ : ด ินฝั่งแยกอย่าได้ ยาเยียว
    ลมจัดประหยัดเลียว แล่นบ้าง
    ไฟแรงแล่งน้ำเดียว ฤๅรด : ด ับนา
    น้ำแก่งแรงเชี่ยวคว้าง อย่ารั้งเรือขวาง ฯ


    ก * : ด ๓๕๙ : ว *
    ๏ เสน่หาอย่าปล่อยสิ้น สุดสัจ
    ยั้งยั้งฟังรหัส จึ่งพร้อง
    คนนิ่งจึ่งเอาอรรถ อันลับ แสดงนา
    คนกากปากเป็นฆ้อง อย่าใกล้กลัวมัน ฯ


    ก * : ด ๓๖๐ : ว *
    ๏ ที่สุขจักเสพไซร้ ควรถวิล
    เมียมิ่งยุอย่ายิน ที่ถ้อย
    อยากเข้าคดออกกิน เอมอิ่ม ใจนา
    นอนจุ่งนอนแต่น้อย เนิ่นช้าวันตาย ฯ


    ก * : ด ๓๖๑ : ว *
    ๏ อย่าหมิ่นของเล็กนั้น สี่สถาน
    เล็กพริกพระกุมาร จีดจ้อย
    งูเล็กเท่าสายพาน พิษยิ่ง
    ไฟเล็กเท่าหิ่งห้อย อย่าได้ดูแคลน ฯ


    ก * : ด ๓๖๒ : ว *
    ๏ จักจับจับให้มั่น กับตน
    อย่าเก็บความเท็จปน แอบอ้าง
    จักคั้นอย่าคืนคน ดูหมิ่น
    ควรที่ง้างจึ่งง้าง อย่าไง้เมรู ฯ


    ก * : ด ๓๖๓ : ว *
    ๏ ควรเร็วเร็วรวดได้ จึงดี
    การสิ่งใดได้ที อย่าช้า
    ควรคิดจิตอย่ามี ประมาท
    ได้สิบไม่เท่าค้า ขาดสิ้นทุนเดิม ฯ


    ก * : ด ๓๖๔ : ว *
    ๏ การกิจผิดนิ่งไว้ เป็นครู
    เมียชั่วอย่าเอาชู เชิดพร้อง
    คำผิดวิปริตหู หายซ่อน เสียนา
    คบมิตรผิดนั้นต้อง จดไว้ในทรวง ฯ


    ก * : ด ๓๖๕ : ว *
    ๏ ปลูกไม้หมั่นรดน้ำ จำเริญ
    ดักลอบอย่าเหมิดเมิน หมั่นกู้
    เกี้ยวชู้ชอบเพียรเดิน สารสื่อ
    เรียนสิ่งใดใคร่รู้ เร่งให้มีเพียร ฯ


    ก * : ด ๓๖๖ : ว *
    ๏ ปลูกผักปักยอดอ้อย เอาผล
    เลี้ยงลูกบ่าวชาวพล เพื่อใช้
    แล้วนาอย่านิ่งทน ทำไร่ : ด ้วยแฮ
    เลี้ยงลูกเป็ดไก่ไซร้ อย่าได้เสียรัง ฯ


    ก * : ด ๓๖๗ : ว *
    ๏ ถึงรู้อย่าอวดให้ คนหวัว
    ฟ้าคะนองต้องคร้ามกลัว เกลือกใกล้
    ผ่อนพักรักษาตัว ยามภาค- ภูมิแฮ
    อย่าเซี่ยมเขาควายให้ เสี่ยวสู้ชนกัน ฯ


    ก * : ด ๓๖๘ : ว *
    ๏ ช้อนปลาหาต้มแต่ เพียงพอ อิ่มนา
    อวดฤทธิ์คิดเยียยอ ใหญ่ล้ำ
    เชือดไก่กับเป็ดคอ หนิดหนึ่ง
    เอามีดฆ่าโคห้ำ หั่นนั้นหนักแรง ฯ


    ก * : ด ๓๖๙ : ว *
    ๏ หลังคาขาดแล้วลุ่ย ตามกัน
    ไป่หมั่นแซมนับวัน รั่วร้าง
    โคควายค่าคนมัน หนีหลบ ไปนา
    บ่ติดตามบนจ้าง ได้แล้วหมดตัว ฯ


    ก * : ด ๓๗๐ : ว *
    ๏ ไก่ขันยามบอกได้ โดยกาล
    น้ำชอบใช้สาธารณ์ ทั่วล้าง
    ขวานรู้แต่ถากกระดาน หัวหนัก อยู่นา
    เพรียงไพร่ได้แต่จ้าง จ่ายใช้การพล ฯ


    ก * : ด ๓๗๑ : ว *
    ๏ รู้คิดค้าที่ม้วย หมดทุน
    รู้รอบเรือนฤๅจุน ขื่อค้าน
    หลับตาหน่ายกระสุน อวดแม่น
    หมากรุกรู้แปดด้าน ไป่แจ้งตาจน ฯ


    ก * : ด ๓๗๒ : ว *
    ๏ หมูเขาเขามัดไว้ จักหาม
    งานใช่งานคานตาม สอดเหล้า
    ชู้เขาจักกอดกาม- สังวาส กันนา
    สังเวชวางวิ่งเข้า กีดหน้านอนกลาง ฯ


    ก * : ด ๓๗๓ : ว *
    ๏ หนีเสือขึ้นไม้รอด ปากเสือ
    พบต่อแตนดุเหลือ ต่อยต้อง
    หนีแรดร่ายลงเรือ รอดจาก แรดนา
    ปะจระเข้ในท้อง น่านน้ำหนุนเรือ ฯ


    ก * : ด ๓๗๔ : ว *
    ๏ ทางไกลไปค้าคู่ ตนตาย
    อดอยากลำบากกาย เกิดไข้
    อยู่กินถิ่นฐานสบาย บ่ยาก ใจนา
    การกิจคิดแล้วได้ ง่ายแท้ทุกอัน ฯ


    ก * : ด ๓๗๕ : ว *
    ๏ ค้าใดไป่เท่าค้า คือบุญ
    ค้าสัดจองต้องทุน มากไว้
    ค้าความคบลูกขุน ชวนชอบ
    ค้าบ่ค้าใดได้ ยากแท้ธรรมดา ฯ


    ก * : ด ๓๗๖ : ว *
    ๏ พิมเสนมีรสเร้า เสาวคนธ์
    ไปเกลือกกลั้วเกลือกล ใช่เชื้อ
    เป็นไทยไป่ทำงาน งามชาติ ตนนา
    คบทาสท่านจักเกื้อ กับหน้าตัวไฉน ฯ


    ก * : ด ๓๗๗ : ว *
    ๏ สัตว์อื่นตื่นเต้นแต่ ควรไกล
    กระต่ายตื่นตูนไป สุดหล้า
    ช้างม้าตื่นฟืนไฟ ฟัดฟาด หยุดแฮ
    คนตื่นข่าวศึกส้า สุดห้ามมันหาย ฯ


    ก * : ด ๓๗๘ : ว *
    ๏ หาญห้าวตาวบ่ได้ จวนฟัน
    แหลนและทวนไป่ทัน ต่อต้าง
    พลคชจรดผัน งาประ งาแฮ
    ปืนไป่ทันนั่งง้าง นกจ้องใจเกรง ฯ


    ก * : ด ๓๗๙ : ว *
    ๏ รังแกกำปั้นต่อย ตีดิน
    ไข่กระทบหินหิน ห่อนลื้น
    แมลงเม่าโฉบเพลิงบิน บังอาจ
    คนเคอะคิดตื้นตื้น ลูบเหล้นคมตาว ฯ


    ก * : ด ๓๘๐ : ว *
    ๏ หนูร้ายแรงโทษแท้ เรือนผลาญ
    ลิงถ่อยจัณฑาลราน ป่าไม้
    กาโฉดชาติอันธพาล เบียนหมู่ นกนา
    พราหมณ์โหดโทษทิ้งให้ เบียดเบื้องนรชน ฯ


    ก * : ด ๓๘๑ : ว *
    ๏ อารักษ์มีทั่วไม้ รุกขมูล
    ที่ศักดิ์สิทธิ์บริบูรณ์ เครื่องเส้น
    ที่ไป่ศักดิ์สิทธิ์ศูนย์ สงัดลาภ
    ดุจดั่งเสวกเว้น ว่าถ้อยความเมือง ฯ


    ก * : ด ๓๘๒ : ว *
    ๏ นายหนึ่งแรงโกรธร้าย เรียกขาน
    นายหนึ่งบ่เจือจาน ทรัพย์บ้าง
    นายหนึ่งเมื่อเอางาน บย่อง ยกนา
    นายหนึ่งข่มคุณมล้าง สี่นี้เสพไฉน ฯ


    ก * : ด ๓๘๓ : ว *
    ๏ ผิวฆ่านางนาฏถ้วน ถึงพัน
    ฆ่าพฤฒิพราหมณ์พรตกรรม์ เกือบร้อย
    ฆ่าโคอุสุภสรรพ์ แสนโกฏิ ก็ดี
    บาปบ่เปรียบปรับถ้อย ท่านให้ลำเอียง ฯ


    ก * : ด ๓๘๔ : ว *
    ๏ ทำผิดลึกลับได้ พันวา ก็ดี
    ทำชอบเสมอภูเขา เขตขั้น
    อย่าคิดจิตสัญญา หลีกลับ อยู่นา
    ผิดชอบที่ทำนั้น หากให้คนเห็น ฯ


    ก * : ด ๓๘๕ : ว *
    ๏ พวกพ้องผิดเท่าช้าง งาเงา
    พวกอื่นโทษเท่าเหา หากรู้
    โทษตนเท่าภูเขา คิดปิด ไว้แฮ
    โทษท่านเท่าก้อยสู้ ส่งให้เห็นสูง ฯ


    ก * : ด ๓๘๖ : ว *
    ๏ โทษตนงำเงื่อนไว้ ห่อนแถลง
    โทษท่านเก็บมาแจง ดุจเบี้ย
    ตัวเต่าสี่ตีนแฝง หัวหนึ่ง ซ่อนนา
    หยิบกล่าวแต่โทษเหี้ย มุขเท้ารุงรัง ฯ


    ก * : ด ๓๘๗ : ว *
    ๏ น้ำใช้ใส่ตุ่มตั้ง เต็มดี
    น้ำอบอ่าอินทรีย์ อย่าผร้อง
    น้ำปูนใส่เต้ามี อย่าขาด
    น้ำจิตอย่าให้ข้อง ขัดน้ำใจใคร ฯ


    ก * : ด ๓๘๘ : ว *
    ๏ น้ำเงินน้ำนากแม้ มัวแสง
    น้ำซ่มต้มน้ำแปลง ผ่องได้
    น้ำจิตวิปริตแหนง มัวหม่น
    น้ำอื่นเอาลูบไล้ ห่อนล้างใจเคือง ฯ


    ก * : ด ๓๘๙ : ว *
    ๏ ปางใช้ปางขาดเข้า แพงเกียน ละชั่งแฮ
    วิบัติบรจองเบียน จักม้วย
    ปางต้องปรับไหมเตียน ตนมอด ก็ดี
    ปางมิตรได้ทุกข์ด้วย มิตรนั้นไหนเสมอ ฯ


    ก * : ด ๓๙๐ : ว *
    ๏ หมาเอยสูเหนื่อยแท้ ทุกวัน
    ไปไล่เนื้อไล่ทัน ท่านได้
    เจ้ามันแม่นหื้อมัน กินแต่ เข้านา
    แมวบ่ทำใดให้ หม่ำเข้ากับปลา ฯ


    ก * : ด ๓๙๑ : ว *
    ๏ ปูเปี้ยวหัวเปล่าไซร้ ตีนยัง
    งูบ่มีตีนตรัง ไต่ไม้
    นมไก่บ่มีหวัง เลี้ยงลูก เป็นแฮ
    ชายตกเข็ญใจไร้ อย่าได้ดูแคลน ฯ


    ก * : ด ๓๙๒ : ว *
    ๏ อา สาสุดสิ้นเรี่ยว แรงกาย
    ภัพ และผลพังหาย โหดเศร้า
    เหมือน เพลิงตกสินธุ์สาย ศูนย์ดับ ไปนา
    ปูน ต่อขาดขอดเต้า จึ่งรู้คุณปูน ฯ


    ก * : ด ๓๙๓ : ว *
    ๏ เนื้อ ในไตตับต้ม แกงยำ
    ไม่ ประสบสักคำ ที่ลิ้น
    ได้ ยากลากโครงทำ เสียเปล่า
    กิน แต่เขาเราชิ้น- หนึ่งได้ไป่มี ฯ


    ก * : ด ๓๙๔ : ว *
    ๏ หนัง เนื้อเถือท่านไว้ รองกาย
    ไม่ แบ่งปันชั้นชาย เชือดไว้
    ได้ ทุกข์แทบตัวตาย เสียเปล่า
    นั่ง แต่ลำแพนไม้ ตอกสู้สานเอง ฯ


    ก * : ด ๓๙๕ : ว *
    ๏ มือ ซ้ายขวาขาดนิ้ว ฤๅมี
    ด้วน เด็จดูใดดี หนึ่งน้อย
    ได้ ทองเท่าต่อมตี แหวนประดับ
    แหวน จะสอดสวมก้อย กุดสิ้นใส่ไฉน ฯ


    ก * : ด ๓๙๖ : ว *
    ๏ ตา มัวมืดคู่เข้า คูหา
    บอด บ่ทราบสุริยา ย่ำฆ้อง
    ได้ สมสิ่งเสริมตา จักใส่
    แว่น แต่หยิบจ้องจ้อง จับแล้วเวียนวาง ฯ


    ก * : ด ๓๙๗ : ว *
    ๏ หัว หูดูชั่วช้า ไฉไล
    ล้าน เลื่อมแลเงาใส เกือบแก้ว
    ได้ ส่องกระจกใจ เจียนขาด
    หวี แต่จับจ้องแล้ว ลูบโอ้อายเอง ฯ


    ก * : ด ๓๙๘ : ว *
    ๏ รูป ชั่วแต่ชอบแล้ว ใดปาน
    รส รักผักว่าหวาน หล่อนต้ม
    กลิ่น อบจบดินดาล บ่ดุจ เจ้านา
    เสียง ก็จับใจหล้ม โลกแล้วฤๅมี ฯ


    ก * : ด ๓๙๙ : ว *
    ๏ น้ำ ฝนหม่นเมฆตั้ง ตกตะบึง
    ไหล หลั่งถั่งชรทึง ท่วมเหย้า
    ไฟ ติดนิดหนึ่งพึง จักก่อ
    ดับ ระทมถ่านเถ้า หิ่งห้อยไป่มี ฯ


    ก * : ด ๔๐๐ : ว *
    ๏ รู้หลบ พบเศิกเสี้ยน กลัวไกล
    เป็นปีก ป้องกันภัย ผ่อนช้า
    รู้หลีก เล็ดลอดไป สุดเนตร
    เป็นหาง ไกลกล่าวกล้า ต่อด้วยดัสกร ฯ


    โคลงโลกนิติ ฉบับศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
    ราชวรมหาวิหาร บทที่ ๔๐๑ – บทส่งท้าย


    ก * : ด ๔๐๑ (๑๖๓) : ว *
    ๏ ช้างสาร หกศอกไซร้ เสียงา
    งูเห่า กลายเป็นปลา อย่าต้อง
    ข้าเก่า เกิดแต่ตา ตนปู่ ก็ดี
    เมียรักนอนร่วมห้อง อย่าไว้วางใจ ฯ


    ก * : ด ๔๐๒ : ว *
    ๏ เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว แหนงหนี
    หาง่าย หลายหมื่นมี มากได้
    เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี- วาอาตม์
    หากยากฝากผีไข้ ยากแท้จักหา ฯ


    ก * : ด ๔๐๓ : ว *
    ๏ ไป่เห็นน้ำ หน้าด่วน ชวนกัน
    ตัดกระบอก แบ่งปัน ส่วนไซร้
    ไป่เห็นรอก อวดขัน มือแม่น
    ขึ้นน่าไม้ ไว้ให้ หย่อนแท้เสียสาย ฯ


    ก * : ด ๔๐๔ : ว *
    ๏ ชายเฉกเท้าหน้าคช เคียงความ เทียบแฮ
    หญิงเล่ห์เชิงหลังยาม คลาดเคลื่อน
    การกิจคิดงามตาม สุดแต่ ผัวนา
    เมียมิ่งเหมือนด้ายร้อย สอดเคล้าตามเข็ม ฯ


    ก * : ด ๔๐๕ : ว *
    ๏ เมียใดใจดุร้าย ริษยา
    กินเติบใช้เชิงตา เฉิดช้อย
    มักเที่ยวสู่คฤหา แห่งท่าน นะพ่อ
    แม้ว่ามีบุตรร้อย หนึ่งไซร้มละเสีย ฯ


    ก * : ด ๔๐๖ : ว *
    ๏ ปุยนุ่นเบาชั่งเพี้ยง ทำเนา นะพ่อ
    คนที่เบาความเบา กว่านั้น
    หนักหินมั่นคงเขา ควรนับ หนักนา
    ไป่เท่าหนักแน่นกลั้น อดถ้อยทรชน ฯ


    ก * : ด ๔๐๗ : ว *
    ๏ ลามกประเทศทั้ง ทุรมิตร
    อีกตระกูลเผ่าชิด ชั่วร้าย
    ภรรยาทาสทุรจิต จำพวกนี้พ่อ
    ควรบุทคลพึงผ้าย ผ่อนลี้หลีกหนี ฯ


    ก * : ด ๔๐๘ : ว *
    ๏ นกรอดหลุดบ่วงแล้ว ราวสาม คาบนา
    ชีหลีกหลายอาราม เร่เร้น
    สตรีเตร่จิตตาม ชายสี่ สามแฮ
    อย่าประมาทใช่เหล้น มากด้วยมายา ฯ


    ก * : ด ๔๐๙ : ว *
    ๏ ทวยใดมิตรล่อล้าง หลายที แล้วพ่อ
    ขืนจักก่อไมตรี เสพส้อง
    ผู้นั้นนับว่ามี ชนม์ชีพ ไฉนนา
    เหมือนแม่อัสดรท้อง แก่ใกล้ความตาย ฯ


    ก * : ด ๔๑๐ : ว *
    ๏ อ่อนหวานมานมิตรล้น เหลือหลาย
    หยาบบ่มีเกลอกราย เกลื่อนใกล้
    ดุจดวงศศิฉาย ดาวดาษ ประดับนา
    สุริยส่องดาราไร้ เมื่อร้อนแรงแสง ฯ


    ก * : ด ๔๑๑ : ว *
    ๏ นักบวชบ่มักน้อย พินาศ ศีลนา
    กษัตริย์สันโดษขาด ที่ไท้
    งามเมืองแม่อายอาตม์ อับทรัพย์ สินแฮ
    หญิงเผ่าเว้นอายไซร้ สุดร้ายฤๅงาม ฯ


    ก * : ด ๔๑๒ : ว *
    ๏ ทรมานมิตรด้วยไป่ พูดกับ เขานา
    ผจญหมู่โจรจำขับ เฆี่ยนไซร้
    ตัดเมียไป่มอบทรัพย์ สมบัติ ให้แฮ
    ร้อนราคจริตให้ โภชน์น้อยพึงกุญช์ ฯ


    ก * : ด ๔๑๓ : ว *
    ๏ เรือนไร้บุตรสืบซั้น ทรัพย์มอด หมดแฮ
    บ่อบ่มีฝนขอด ค่นน้ำ
    พฤกษชาติปราศจากยอด ยืนอยู่ ไฉนนา
    ปากไป่มีสัจซ้ำ เสื่อมสิ้นแก่นสาร ฯ


    ก * : ด ๔๑๔ : ว *
    ๏ เทศใดภัยพ้องพาธ พาลสรรพ์ สัตว์นา
    สัปปุรุษสีหราชผัน อื่นย้าย
    กาโฉดทุรชนฉกรรจ์ กาจจิต นี้พ่อ
    มันมักสู่เทศร้าย อยู่ใต้โดยวิสัย ฯ


    ก * : ด ๔๑๕ : ว *
    ๏ เห็นภัยใหญ่แต่ช้า จักถึง ตนแฮ
    ปราชญ์ย่อมผันผ่อนพึง หลบลี้
    ภัยใดด่วนโดนตรึง ตราติด ตัวนา
    ใจปราชญ์ปราศแสยงชี้ เช่นหล้าแลไศล ฯ


    ก * : ด ๔๑๖ : ว *
    ๏ เมืองใดไร้ราชทั้ง ปราชญ์สดับ ก็ดี
    อีกตระกูลมีทรัพย์ สิ่งให้
    หนึ่งไร้นทีกับ ขุนแพทย์
    ภัยมากเมืองนั้นไซร้ ท่านห้ามอย่าเนา ฯ


    ก * : ด ๔๑๗ : ว *
    ๏ แม่เหมือนข้าศึกทั้ง บิดร : ด ้วยแฮ
    เหตุบ่สอนบุตรสอน เมื่อน้อย
    ครั้นใหญ่ไป่งามอร ออกที่ ประชุมนา
    เยียเยี่ยงยางเจ่าจ้อย จับมั้วหมู่หงส์ ฯ


    ก * : ด ๔๑๘ : ว *
    ๏ หมากพลูปูนไป่ป้าย บราง รสนา
    แกงบ่เจือเกลือจาง จืดกล้ำ
    ไร้ทรัพย์สิ่งสำอาง จักโอ่ งามฤๅ
    ใช่ปราชญ์ปริศนาล้ำ ลึกแก้ฤๅงาม ฯ


    ก * : ด ๔๑๙ : ว *
    ๏ ชุมนุมฤดูสี่ไซร้ สรัทกาล ใหญ่นา
    เมียที่งามเป็นประธาน ทั่วหน้า
    บุตรชายเชษฐกุมาร นับใหญ่ ยิ่งแฮ
    ล้ำโลกสี่ทิศอ้า เอกเบื้องอุดร ฯ


    ก * : ด ๔๒๐ : ว *
    ๏ บุตรใดครุ่นครุ่นสร้าง กองกรรม
    ชื่อว่ามารดาทำ เที่ยงพร้อง
    ส่ำศิษย์บ่เกรงยำ เยียบาป
    โดยโลกย์โวหารร้อง เรียกแท้ครูทำ ฯ


    ก * : ด ๔๒๑ : ว *
    ๏ มักเมาหมดสัจถ้อย เจรจา
    แรงโลกละอายหา ห่อนได้
    มักเนื้อหน่ายกรุณา เป็นเที่ยง
    บรรพชิตหญิงอยู่ใกล้ แกล่สิ้นศีลแสวง ฯ


    ก * : ด ๔๒๒ : ว *
    ๏ คนยากอยากภักษ์เคี้ยว ของแพง
    คนโรคบำราศแรง ร่านปล้ำ
    คนโฉดอวดสำแดง ธรรมเทศ- นานา
    สามเหล่าเขานี้ก้ำ กึ่งบ้ากลกัน ฯ


    ก * : ด ๔๒๓ : ว *
    ๏ รักบุตรสิไป่ให้ พากเพียร
    ปราศจากวิทยาเรียน เริ่มร้าง
    พ่อเหมือนศัตรูเบียน บุตรอีกเล่านา
    แม่ดั่งไพรีล้าง ลูกให้เสียสกนธ์ ฯ


    ก * : ด ๔๒๔ : ว *
    ๏ เมียดีดุจทาสรู้ การเรือน รอบแฮ
    อายแก่สามีเหมือน ดั่งน้อง
    เป็นที่ปรึกษาเตือน ดัดดุจ มาดายนา
    ยามเมื่อผัวเคืองข้อง อดกลั้นกลัวเกรง ฯ


    ก * : ด ๔๒๕ : ว *
    ๏ โสนัขสุนัขพ้อง พบกัน
    มันย่อมแสยะยิงฟัน ปากแห้
    เฉกเช่นหมู่พาลผัน พะพวกพาลนา
    ร้ายต่อร้ายร่าแต้ ต่างกล้าอวดแข็ง ฯ


    ก * : ด ๔๒๖ : ว *
    ๏ คับอกออมอยู่ได้ โดยหวัง
    คับแคบเคียงคนชัง อยู่ช้ำ
    คับจิตเจ็บประนัง เนายากยิ่งแฮ
    แค้นคับเข็ญใจล้ำ เร่งร้อนฤๅเสบย ฯ


    ก * : ด ๔๒๗ : ว *
    ๏ อย่าปองสิ่งแก้วไป่ ควรปอง
    เขาบ่ตรึกอย่าตรอง ตริบ้า
    เร่งคิดคิดแต่ของ ควรคิด นะพ่อ
    การที่ศูนย์เปล่าอ้า อย่าได้ควรปอง ฯ


    ก * : ด ๔๒๘ : ว *
    ๏ ผจญคนมีศักดิ์ด้วย หมอบกราบ
    ผจญท่วยทรพลทาน แจกให้
    เสมออาตม์จักทรมาน ชอบอด ออมแฮ
    ผจญหมู่ข้าศึกไซร์ ล่อเลี้ยวลวงประหาร ฯ


    ก * : ด ๔๒๙ : ว *
    ๏ โลภรู้เรียนมากสิ้น ศิลปศาสตร์
    ยามจักปองไป่อาจ กล่าวได้
    ผู้นี้นับว่าปราชญ์ ฦาชื่อ ไฉนนา
    กล่าวบ่ฉานเฉกใบ้ บอกข้อความฝัน ฯ


    ก * : ด ๔๓๐ : ว *
    ๏ คนพาลพวกหนึ่งน้ำ ใจหาญ
    รู้ว่าตนเป็นพาล กระด้าง
    พวกนี้วัจนาจารย์ จัดใช่ พาลพ่อ
    นับว่าปราชญ์ได้บ้าง เพื่อรู้สึกตน ฯ


    ก * : ด ๔๓๑ : ว *
    ๏ ใครรักย่อมว่าเพี้ยง พงศ์พันธุ์
    ใครชอบชิดชอบชมฉัน เพื่อนไว้
    ใครเลี้ยงรักษาครรภ์ คือแม่ ตนนา
    ใครดับดำฤษณ์ได้ ชื่อชู้เมียสม ฯ


    ก * : ด ๔๓๒ : ว *
    ๏ คบปราชญ์เปรียบเสพอ้อย เอมใจ
    กินแต่ปล้องปลายไป ตราบต้น
    คบคนโหดหื่นไหล เหลวจืด จางแฮ
    แหนงหนึ่งอ้อยกัดร้น แต่ต้นตลอดปลาย ฯ


    ก * : ด ๔๓๓ : ว *
    ๏ เมตตาเตือนจิตให้ คนหวัง พึ่งนา
    แรงเคียดคนหน่ายชัง ทั่วหน้า
    ทานเป็นยอดยายัง เกียรติยศ ยิ่งแฮ
    ตระหนี่กลกำพร้า พรากผู้สมาคม ฯ


    ก * : ด ๔๓๔ (๒๕๕) : ว *
    ๏ มักคร้านฤๅรอบรู้ วิทยา
    ความรู้ถ่อยสินหา ไป่ได้
    ไร้ทรัพย์อับผู้มา เป็นเพื่อน
    ญาติมิตรไป่มีไซร้ สุขร้างแรมโรย ฯ


    ก * : ด ๔๓๕ (๖๐) : ว *
    ๏ มณฑกทำเทียบท้าว สีหะ
    แมวว่ากูพยัคฆะ คาบเนื้อ
    นกกระจอกมีมานะ ว่ายิ่ง ครุฑนา
    เชิญใจมีข้าเกื้อ หยิ่งหยิ้งแสนทวี ฯ



    โคลง บทบรรทัดล่างจากนี้ ไม่มีในฉบับสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร (ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนฯ) แต่พบในฉบับกรมวิชาการและในหนังสือแบบเรียน (ฉบับคัดลอก)


    ก ^ : ด - (๑๖๘) ว๑๗๐
    ๏ รสหวานในโลกนี้ มีสาม
    หญิงรูปบริสุทธิ์งาม อีกอ้อย
    สมเสพรสกลกาม เยาวโยค
    หวานไป่ปานรสถ้อย กล่าวเกลี้ยงไมตรี


    ก ^ : ด - (๑๘๐) : ว *
    ๏ นารีเสาวภาครูป เป็นทรัพย์
    ชายมีความรู้สรรพ ทรัพย์ได้
    พราหมณ์รู้เวทยานับ ว่าทรัพย์ พราหมณ์นา
    ภิกษุเกิดทรัพย์ไซร้ เพื่อรู้ธรรมา ฯ


    ก ^ : ด - (๑๗๘) : ว *
    ๏ พญากลัวข้าศึก เบียดเบียน
    ชี้บ่เล่าเรียนเขียน อ่านไซร้
    ชาวนาละความเพียร คร้านเกี่ยว การนา
    ทั้งสามสิ่งนี้ให้ โทษแท้สาธารณ์ ฯ


    ก ^ : ด - : ว *
    ๏ ชาติ เกิดรูปพร้อม อาการ
    ชรา ร่างสาธารณ์ เหี่ยวแห้ง
    พยาธิ บันดาล ต่างต่าง
    มรณะ กาแร้ง แย่งยื้อกันกิน ฯ


    ก * : ด - : ว *
    ๏ ทำดีดีส่งให้ เห็นผล
    ทำชั่วชั่วก็ดล ชั่วให้
    ชั่วดีดุจตราตน ตีบอกไว้นา
    ใครชั่วใครดีไซร้ สืบได้ด้วยกรรม


    โคลง บทบรรทัดบนนี้ ไม่มีในฉบับสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร (ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนฯ)



    ก - : ด - : ว ๐
    ๏ สารสืบฉบับสิ้น เสร็จสนอง
    ชำระเรื่องคงของ เก่าแท้
    ผิดเพี้ยนเปลี่ยนแปลงลอง ลิขิต เดิมนา
    ล้วนโอวาทปราชญ์แท้ ถี่ถ้วนควรถนอม ฯ








    ขอบพระคุณ
    โคลงโลกนิติ ฉบับศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม  ราชวรมหาวิหาร (ฉบับเต็ม ๔๓๕ บท ของ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร)
    • Blogger Comments
    • Facebook Comments

    1 ความคิดเห็น:

    1. ขอเเสดงความเห็นเรื่องการไช้ฟอนท์ อักษรธรรมล้านนา นะครับ

      ผมว่าเป็นการดีที่คุณนำเอาอักษรธรรมล้านนา(ตั๋วเมื่อง) มาเขียนสร้างเป็นเว็ปที่ให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับ วรรณกรรมต่างๆ เเต่ คุณน่าจะเขียนให้ถูกต้องคามเเบบเเผน ที่ถูกต้อง เพราะอักษรล้านนา ไช้ไม้ข่ม ไม้หาง การเขียนไม่เขียนเรียงอย่างอักษรไทย เรื่องนี้คุณอาจรู้ดี คุณอย่าละเลยว่าเป็นเพียงอักษรประกอบเว็ป อย่ามองข้ามตรงนี้ ไม่งั้นภายหน้าอักษรจะเขียนต่างกันวิบัติ์ซึ้งตรงนี้ โปรดเเก้ไข จะเป็นการดีมากๆ ผู้ที่อ่านเขียนอักษรธรรมล้านาในปัจจุบันก็มีมาก มาเห็นเเล้วดูไม่สบายใจ ขอความกรุณาผู้เป็นเจ้าของเว็ปเเก้ไข ในส่วนของตั๋วอักษรล้านนาที่คุณนำมาไช้ประกอบเขียนเว็ป นะครับของคุณครับ(Bundit_Bani@hotmail.com)ข้องใจติดต่อได้ตามเมลนี้นะครับ

      ReplyDelete

    Top